Vinyl chloride

นพ.สุทธิพัฒน์ วงศ์วิทย์วิโชติ (31 พฤษภาคม 2555)

ชื่อสาร Vinyl chloride

ชื่อเรียกอื่น Chloroethene, Chloroethylene, Monochloroethylene, VC, VCM, Vinyl C monomer

สูตรเคมี C2H3Cl ||||| ขนาดโมเลกุล 62.5 ||||| CAS Number 75-01-4 ||||| UN Number 1086

ลักษณะทางกายภาพ ในความดันและบรรยากาศปกติ จะเป็นแก๊สไม่มีสี แต่ส่วนใหญ่จะบรรจุอยู่ในรูปของแก๊สที่อัดอยู่ในรูปของเหลว (compressed liquefied gas) มีกลิ่นหอมหวาน odor threshold อยู่ที่ 3,000 ppm ไม่พบ vinyl chloride เกิดขึ้นตามธรรมชาติ

การผลิต ใช้ความร้อนไปแตกโมเลกุล (thermal cracking) ของ ethylene dichloride โดยมากกว่า 95 % ของ vinyl chloride ทั่วโลกผลิตโดยวิธีนี้ วิธีที่ใช้กันน้อยกว่าคือ วิธี hydrochlorination ของ acetylene

การนำไปใช้ มากกว่า 95 % ของ vinyl chloride ใช้เป็นโมโนเมอร์ (monomer) ในการผลิตพลาสติกโพลีไวนิลคอลไรด์ (polyvinyl chloride หรือ PVC) ซึ่งเป็น 12 % ของพลาสติกที่ ใช้กันอยู่ทั่วโลก โดยจะใช้ทำท่อน้ำพลาสติกมากที่สุด นอกนั้นก็ใช้ทำวัสดุปูพื้น ผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค อุปกรณ์ไฟฟ้า และอุปกรณ์ในการขนส่ง ส่วนน้อยใช้ในกระบวนการผลิตตัวทำละลายที่มีคลอรีนเป็นส่วนประกอบ และผลิต ethylene diamine เพื่อใช้ผลิตเรซินต่อไป

การเข้าสู่ร่างกาย

ผลระยะฉับพลัน การสูดดม vinyl chloride ในปริมาณต่ำๆ อาจทำให้ วิงเวียนศีรษะ ง่วงเคลิ้ม หากหายใจในปริมาณที่สูงมาก อาจทำให้หมดสติ และตายได้ การสัมผัสถูกผิวหนัง ทำให้เกิดผื่นแดง ชา และเป็นตุ่มน้ำ

ผลระยะยาวหรือการได้รับซ้ำๆ การสัมผัสเป็นระยะเวลาหลายปี อาจทำให้เกิดตับเสื่อม ชาเส้นประสาท เกิดความเปลี่ยนแปลงของระบบภูมิคุ้มกัน สามารถทำให้เกิดกลุ่มอาการ Reynaud เนื่องจากรบกวนระบบการไหลเวียนที่บริเวณปลายนิ้ว ทำให้เกิดอาการเจ็บและปลายนิ้วกลายเป็นสีขาว (white finger) เมื่อสัมผัสกับความเย็น หากอาการรุนแรงอาจถึงกับเกิดเนื้อตายและการละลายของกระดูกปลายนิ้ว (acroosteolysis of distal phalanges of the fingers) นอกจากนี้ยังอาจเกิดลักษณะโรคหนังแข็ง (scleroderma-like changes) ขึ้นที่มือและแขน ผลต่อระบบสืบพันธุ์ของ vinyl chloride นั้น ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน การศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่าสารนี้สามารถทำลายสเปิร์มได้ และทำให้เกิดความผิดปกติในตัวอ่อน ผลในการก่อมะเร็งนั้น ได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นสารก่อมะเร็ง โดยมักทำให้เกิดมะเร็งหลอดเลือดในตับ (angiosarcoma of liver )

ค่ามาตรฐาน

  • IARC carcinogenicity classification = group 1 โดยเป็นสารก่อมะเร็งหลอดเลือดในตับ (angiosarcoma of liver) และมะเร็งตับ (hepatocellular carcinoma) (IARC 1994)
  • OSHA PEL – TWA = 1 ppm, STEL = 5 ppm (OSHA 1996)
  • ACGIH TLV – TWA = 1 ppm, Notation = A1 (ACGIH 1997)
  • NIOSH REL – Ca (lowest reliability detectable concentration)
  • ค่าในสิ่งแวดล้อมประเทศไทย ตามประกาศกรมควบคุมมลพิษ เรื่อง กำหนดค่าเฝ้าระวังสำหรับ สารอินทรีย์ระเหยง่ายในบรรยากาศโดยทั่วไปใน 24 ชั่วโมง กำหนดให้ ไวนิลคลอไรด์ (vinyl chloride) ต้องไม่เกิน 20 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

ตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ (Biomarker) วัด vinyl chloride ในลมหายใจออก แต่ต้องทำภายในเวลาไม่นานหลังจากสัมผัส และการตรวจนี้ไม่ไวพอสำหรับวัดการสัมผัสในขนาดต่ำๆ ||||| การตรวจอนุพันธ์ของ vinyl chloride ในปัสสาวะ (thiodiacetic acid) ต้องตรวจปัสสาวะในเวลาไม่นานหลังสัมผัส และระดับความเข้มข้นของสารนี้ในปัสสาวะ ก็ไม่ได้บ่งชี้ถึงระดับความเข้มข้นของการสัมผัส ยิ่งไปกว่านั้น การสัมผัสสารเคมีอื่นก็ได้อนุพันธ์ตัวนี้เช่นเดียวกัน จึงจัดเป็นการตรวจที่ไม่มีความจำเพาะ ||||| vinyl chloride สามารถจับกับหน่วยพันธุกรรมในร่างกายเกิดเป็นสารประกอบ adducts สารประกอบเหล่านี้อาจจะถูกวัดได้ในเลือดและเนื้อเยื่อ ข้อมูลการวัดนี้จะช่วยบอกว่าได้สัมผัส vinyl chloride มา แต่ก็ไม่ไวพอที่จะบอกถึงการเปลี่ยนแปลงหน่วยพันธุกรรม ว่าเป็นผลมาจากการสัมผัส vinyl chloride ||||| กล่าวโดยสรุปคือการตรวจตัวบ่งชี้ทางชีวภาพของ vinyl chloride ยังมีข้อจำกัดอยู่มาก

การรักษา รักษาตาม อาการไม่มียาต้านพิษ (antidote) สำหรับสารนี้

เอกสารอ้างอิง

  1. Lauwerys RR, Hoet P. Industrial chemical exposure: Guidelines for biological monitoring 3rd ed. Florida: CRC Press 2001.
  2. Agency for Toxicological Substance and Disease Registry. Toxicological profile for vinyl chloride. 1997 [cited 2010 11 January]; Available from: http://www.atsdr.cdc.gov/toxprofiles/tp20.
  3. Olson KR, Anderson IB, Benowitz NL, Blanc PD, Clark RF, Kearney TE, et al. Poisoning & drug overdose. the California Poison Control System. 5th ed. New York: McGraw-Hill 2004.
  4. Ladou J. Current occupational & environmental medicine 4th ed. New York: McGraw-Hill 2007.
  5. Farrow C, Wheeler H, Bates N, Murray V. The chemical incident management handbook. London: The Stationery Office 2000.

มูลนิธิสัมมาอาชีวะ พ.ศ. 2554 ไม่สงวนลิขสิทธิ์