Sulfuric acid

พญ.จุฑารัตน์ ฉัตรวิริยาวงศ์ (17 มิถุนายน 2554)

ชื่อ กรดซัลฟูริค (Sulfuric acid) ||||| ชื่ออื่น Hydrogen sulphate, Oil of vitriol, Oleum

สูตรโมเลกุล H2SO4 ||||| น้ำหนักโมเลกุล 98.08

CAS Number 7664-93-9 ||||| UN Number 1830

ลักษณะทางกายภาพ ของเหลวใส คล้ายน้ำมัน ไม่ติดไฟ ไม่มีกลิ่น ไม่มีสีเมื่อเป็นกรดบริสุทธิ์ หากไม่บริสุทธิ์จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เมื่อทำปฏิกิริยากับสารอินทรีย์อาจทำให้เกิดเพลิงไหม้และระเบิดได้

การเก็บรักษา

  • เก็บในภาชนะบรรจุปิดมิดชิด
  • เก็บในที่เย็นและแห้ง
  • มีการระบายอากาศเพียงพอ
  • เก็บห่างจากแสง ไอน้ำ ด่างแก่ และสารประกอบอินทรีย์
  • เก็บภาชนะบรรจุสารไว้ในบริเวณเก็บสารเคมีที่เหมาะสม
  • หลีกเลี่ยงการสูดหายใจ และการสัมผัสถูกผิวหนังและตา

การนำไปใช้ ใช้ในอุตสาหกรรมสีย้อม กระดาษหนัง ส่วนประกอบอาหาร การชุบโลหะด้วยไฟฟ้า เป็นน้ำกรดในแบตเตอรี่

การเกิดพิษ

  • จากการสูดดม การกิน สัมผัสทางผิวหนัง
  • หากได้รับ 5 mg/m 3 อาจทำให้เกิดอาเจียน ไอ
  • ความเข้มข้น 80 mg/m 3 ทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตอย่างเฉียบพลัน
  • Occupational exposure standard: ACGIH TLV (2000) TWA = 0.2 mg/m 3, Notation = A2

อาการระยะเฉียบพลัน

ผลจากการสูดดม

  • อาการแรกเริ่มคือ คันจมูก จาม เจ็บคอ แสบตา เป็นมากจะ ไอ แน่นหน้าอก ปวดศีรษะ เดินเซ สับสน
  • อาจเกิด หายใจลำบาก (dyspnea) หากสูดดมไป 3 – 30 ชั่วโมง
  • อาจเกิด ภาวะขาดออกซิเจน (hypoxia) และตัวเขียว (cyanosis) ได้
  • หากสูดดมกรดความเข้มข้นต่ำ 0.35 – 5 mg/m 3 จะกระตุ้น reflex เกิดหายใจเร็วและตื้นได้
  • อาจเกิด pneumonitis, pulmonary and laryngeal edema ได้
  • หากกรดความเข้มข้นสูง ทำให้เกิด pulmonary fibrosis, bronchitis และ emphysema

ผลต่อผิวหนัง

  • สัมผัสกรดเจือจางทำให้เกิดระคายเคือง ผิวหนังแดง
  • สัมผัสกรดเข้มข้น เกิดแผล thermal burn และ deep ulcers ได้
  • ทำให้เกิดเนื้อตาย และ แผลเป็น
  • หากบริเวณที่ burn บริเวณกว้างอาจทำให้ช็อกได้

ผลต่อตา

  • ไอระเหย (vapor) และฟูม (fume) สามารถทำให้เกิดการระคายเคือง เยื่อบุตาอักเสบ มี necrosis ของเยื่อบุตา แม้ว่าความเข้มข้นต่ำ
  • หากสัมผัสกรดที่เป็นของเหลวกระเด็นเข้าตา ทำให้เกิดอาการปวดรุนแรง corneal ulcer กระจกตามัว หรือเกิดการ burn ของกระจกตาได้
  • หากสัมผัสตาโดยตรงทำให้ลานสายตาลดลง หรือตาบอดได้
  • อาจเกิดการทะลุ eye globe มี content ในตาไหลอออกมาได้
  • ทำให้เกิด permanent damage การมองเห็นถูกทำลายถาวรได้

ผลจากการกิน

  • หากกินปริมาณเล็กน้อยอาจทำให้ระคายเคืองเยื่อบุทางเดินอาหาร ปวดท้องบริเวณลิ้นปี่ คลื่นไส้อาเจียน
  • หากกินปริมาณมากทำให้กัดหลอดอาหาร ทางเดินอาหารตีบตัน หรือทะลุ โดยทั่วไปมักมีผลรุนแรงต่อกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กมากกว่าหลอดอาหาร
  • เกิด severe metabolic acidosis และ shock ได้
  • เกิด pyloric stenosis ตามมา หลังกินไปนานหลายสัปดาห์หรือเป็นปี

อาการระยะยาว

  • หากได้รับกรดซัลฟูริคที่มีความเข้มข้นน้อยๆเป็นเวลานาน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ pulmonary function เกิด chronic bronchitis, pulmonary fibrosis, emphysema, pneumonitis
  • อาจมีอาการคล้ายติดเชื้อทางเดินหายใจจากไวรัส มีอาการน้ำมูกไหล เยื่อบุตาอักเสบ กระเพาะอาหารอักเสบ
  • ฟันอาจเปลี่ยนสีไป และเกิดการสึกกร่อน
  • มีหลักฐานบางชิ้นบ่งชี้ว่าอาจทำให้เกิดมะเร็งของทางเดินหายใจได้

การรักษา

ทางการสูดดม

  • Clear airway, ให้ออกซิเจน
  • ประเมินการหายใจ อาจต้องเอ็กซเรย์ปอดเพื่อประเมิน pneumonitis
  • On PEEP หรือ CPAP รักษา pulmonary edema
  • รักษาตามอาการ

ทางการสัมผัสผิวหนัง

  • ถอดเสื้อผ้าเปื้อนกรดซัลฟูริคออก ใส่ถุงทำเครื่องหมายเก็บให้ห่างจากผู้ป่วยและผู้ช่วยเหลือ
  • ล้างแผลด้วยน้ำปริมาณมาก
  • รักษาอาการ burn ตามอาการ

ทางการสัมผัสดวงตา

  • Irrigate ด้วย normal saline อย่างน้อย 15 นาที หรือ 3 ลิตร
  • ตรวจด้วย fluorescein พิจารณาส่งต่อจักษุแพทย์

ทางการกิน

  • ห้ามทำ gastric lavage หรือทำให้อาเจียน
  • ให้ดื่มน้ำมากๆ ยกเว้นถ้าสงสัยมีการทะลุของทางเดินอาหาร
  • รักษาการช็อก โดยให้น้ำเกลือหรือเลือด และให้ยาแก้ปวด
  • พิจารณา steroid เพื่อลดการอักเสบ
  • เอ็กซเรย์ abdomen เพื่อประเมิน perforation
  • รักษาอาการอื่นๆ ตามอาการ
  • พิจารณาทำ gastro-esophagoscope ภายใน 12 ชม เพื่อประเมินความรุนแรง

มูลนิธิสัมมาอาชีวะ พ.ศ. 2554 ไม่สงวนลิขสิทธิ์