Sulfur dioxide

เรียบเรียงโดย นพ.ธนพงศ์ แสงส่องสิน
เรียบเรียงเมื่อ 7 กันยายน 2560 ||||| ปรับปรุงครั้งล่าสุด 7 กันยายน 2560

ชื่อ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulfur dioxide)

ชื่ออื่น Sulphur dioxide, Sulfurous acid anhydride, Sulfurous oxide, Sulfur oxide, Refrigerant gas R764

สูตรโมเลกุล SO2 ||||| น้ำหนักโมเลกุล 64.07 ||||| CAS Number 7446-09-5 ||||| UN Number 1079

ลักษณะทางกายภาพ แก๊ส ไม่มีสี มีกลิ่นแสบฉุน

คำอธิบาย ซัลเฟอร์ไดออกไซด์เป็นสารผลผลิตข้างเคียง (by product) ที่เกิดขึ้นจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงที่มีกำมะถัน (sulfur) เป็นองค์ประกอบ แก๊สนี้ถูกนำมาใช้ในในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ฟอกสีหนังและขนสัตว์ ฆ่าเชื้อ ถนอมอาหาร หมักเบียร์และไวน์ อุตสาหกรรมไม้ โลหะหนัก และการทำแบตเตอรี่ลิเทียม (Lithium)

ค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน ACGIH TLV (2017): STEL = 0.25 ppm ||||| NIOSH REL: TWA = 2 ppm (5 mg/m3), STEL = 5 ppm (13 mg/m3), IDLH = 100 ppm ||||| OSHA PEL: TWA = 5 ppm (13 mg/m3) ||||| ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง ขีดจำกัดความเข้มข้นของสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2560 ความเข้มข้นในบรรยากาศของการทำงานเฉลี่ยตลอดระยะเวลาทำงานปกติไม่เกิน 5 ppm (13 mg/m3)

ค่ามาตรฐานในร่างกาย ยังไม่มีองค์กรที่น่าเชื่อถือองค์กรใดกำหนดไว้

ค่ามาตรฐานในสิ่งแวดล้อม EPA NAAQS - Primary standard = 0.03 ppm (annual arithmetic mean), 0.14 ppm (24-hour), Secondary standard = 0.5 ppm (1,300 ug/m3) (3-hour) ||||| ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 เรื่องกำหนดมาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศโดยทั่วไป พ.ศ. 2538 ปรับปรุงในฉบับที่ 12 พ.ศ. 2538, ฉบับที่ 21 พ.ศ. 2544, และฉบับที่ 24 พ.ศ. 2547: ค่าเฉลี่ยในเวลา 1 ชั่วโมง ไม่เกิน 0.3 ppm (780 ug/m3), ค่าเฉลี่ยในเวลา 24 ชั่วโมง ไม่เกิน 0.12 ppm (0.3 mg/m3), ค่ามัชฌิมเรขาคณิต (Arithmetic mean) ในเวลา 1 ปี ไม่เกิน 0.04 ppm (0.1 mg/m3)

คุณสมบัติก่อมะเร็ง IARC = Group 3 (ไม่สามารถจัดกลุ่มได้ว่าเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์หรือไม่) ||||| ACGIH Carcinogenicity = A4 (ไม่สามารถจัดกลุ่มว่าเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ได้)

แหล่งที่พบในธรรมชาติ พบได้ในกระบวนการเผาไหม้ทั่วไป ความเข้มข้นขึ้นอยู่กับเชื้อเพลิงที่ใช้

อุตสาหกรรมที่ใช้

  • เป็นสารที่เกิดจากกระบวนการเผาไหม้ต่างๆ (Combustion process) เช่น ถ่านหิน น้ำมัน การถลุงแร่ อุตสาหกรรมเคมี ทั้งนี้ปริมาณที่ปล่อยออกมานั้นขึ้นอยู่กับสัดส่วนของ Sulfur ในเชื้อเพลิงนั้น การเผาไหม้ถ่านหินเป็นแหล่งกำเนิดซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่พบบ่อย
  • ในชั้นบรรยากาศ Sulfur dioxide จะทำปฏิกิริยากับน้ำและอากาศ กลายเป็นกรดซัลฟูริก (Sulfuric acid) มีฤทธิ์กัดกร่อน และหากทำปฏิกิริยากับสารแอมโมเนีย (Ammonia) จะกลายเป็น Ammonium sulphate aerosol
  • การลดการเกิด Sulfur dioxide ทำได้โดยการเลือกใช้เชื้อเพลิงสะอาดที่มีส่วนประกอบของ Sulfur น้อย และอาจใช้การดักจับสาร (Desulphurization) ก่อนเข้าสู่กระบวนการเผาไหม้ และการดักจับ Particle ของ Sulfur dioxide จากกระบวนการเผาไหม้ด้วย
  • ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มใช้คุณสมบัติเป็นสารกันบูดและสารต้านอนุมูลอิสระกันอย่างแพร่หลาย
  • กลไกการก่อโรค ออกฤทธิ์ระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดอาการปอดอักเสบ และเกิดเป็นเนื้อเยื่อพังผืดของปอด ในการรับสัมผัสเป็นระยะเวลาต่อเนื่องยาวนานทำให้เกิด ภาวะหลอดลมอักเสบชนิดเรื้อรังได้

การเตรียมตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน สำหรับผู้เข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีการรั่วไหลของแก๊สในปริมาณสูง ระดับของชุดป้องกันควรเป็นชนิดที่มีถังบรรจุอากาศในตัว (Self-contained breathing apparatus, SCBA)

อาการทางคลินิก

  • อาการเฉียบพลัน ทางเข้าสู่ร่างกายของ Sulfur dioxide นั้น สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทั้งทางการหายใจ หากได้รับเข้าไปปริมาณเล็กน้อยจะก่อให้เกิดอาการระคายเคืองต่อระบบหายใจและมีอาการไอมาก สารตัวนี้จะละลายได้ดีมากในน้ำ และเป็นกรดที่มีความรุนแรงปานกลาง ออกฤทธิ์ระคายเคืองต่อเยื่อบุต่างๆ โดยเฉพาะดวงตา และระบบทางเดินหายใจ อาจมีภาวะปอดบวมน้ำตามมาได้ และหากสัมผัสสารในปริมาณเข้มข้นอาจกัดกร่อนผิวหนังได้ (Frost bite) อาการเหล่านี้อาจไม่เกิดขึ้นทันที แต่จะเกิดตามมาภายหลังซึ่งเป็นอันตรายแก่ชีวิต ต้องรับไว้รักษาในโรงพยาบาลทันทีหากมีประวัติการสัมผัสชัดเจน หรือเริ่มมีอาการ
  • อาการเรื้อรัง หากสูดหายใจต่อเนื่องยาวนานพอจะกระตุ้นให้มีอาการของโรคหอบหืด (Asthma)

การดูแลรักษา

  • ปฐมพยาบาล กรณีสารเคมีรั่วไหล นำผู้ป่วยออกจากจุดเกิดเหตุให้เร็วที่สุด ให้อยู่ในที่อากาศถ่ายเท ถอดเสื้อผ้าออก ล้างตัวด้วยน้ำเปล่าให้มากที่สุด ถ้าเข้าตาให้ล้างตาด้วย สังเกตสัญญาณชีพ ประเมินการหายใจ ใส่ท่อช่วยหายใจถ้าไม่หายใจ ให้ออกซิเจนเสริม
  • การรักษา ทำการล้างตัว (Decontamination) ทั้งที่จุดเกิดเหตุและที่โรงพยาบาล ช่วยการหายใจ ให้ออกซิเจน และพิจารณาให้ผู้ที่มีประวัติสัมผัสชัดเจนนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลแม้ยังไม่มีอาการ เพื่อเฝ้าระวังอาการระบบทางเดินหายใจ สารเคมีนี้ไม่มียารักษาเฉพาะและยาแก้พิษ
การเฝ้าระวัง กรณีอุบัติภัยสารเคมีต้องรีบทำทะเบียนผู้สัมผัสสารนี้ให้ครบถ้วน เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอาการ ของระบบทางเดินหายใจตามมาภายหลังได้ หากสัมผัสในปริมาณมากแนะนำให้นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเพื่อเฝ้าระวังอาการระบบทางเดินหายใจในช่วงแรก

มูลนิธิสัมมาอาชีวะ พ.ศ. 2554 ไม่สงวนลิขสิทธิ์