Sodium persulfate

พญ.สุรีรัตน์ ธีระวณิชตระกูล (31 พฤษภาคม 2555)

ชื่อ โซเดียมเปอร์ซัลเฟต (Sodium persulfate) ||||| ชื่ออื่น Sodium peroxydisulfate, Peroxydisulfuric acid, Disodium peroxydisulfate, Disodium persulfate, Disodium salt

สูตรโมเลกุล Na 2S 2O 8||||| น้ำหนักโมเลกุล 238.1 ||||| CAS Number 7775-27-1 ||||| UN Number 1505

ลักษณะทางกายภาพ ผลึกหรือผงสีขาว ไม่มีกลิ่น

คำอธิบาย โซเดียมเปอร์ซัลเฟตเป็นสารเคมีที่ใช้ฟอกขาวในอุตสาหกรรมทำยาย้อมผม มีพิษทำให้เกิดการระคายเคืองต่อตา เยื่อบุจมูก คอ หลอดลม ปอด และผิวหนัง ถ้าสูดดมเข้าไปมากอาจทำให้หายใจลำบากได้ เมื่อสารนี้ติดไฟจะเกิดการย่อยสลาย (decomposed) ได้ออกซิเจน (oxygen) และออกไซด์ของซัลเฟอร์ (SOx) ซึ่งทำให้ความเป็นพิษรุนแรงขึ้น เนื่องจากออกซิเจนจะทำให้ดับไฟได้ยาก ส่วนออกไซด์ของซัลเฟอร์นั้นเมื่อสูดดมเข้าไป สัมผัสถูกน้ำที่หล่อเยื่อบุทางเดินหายใจแล้วจะกลายเป็นกรดซัลฟูริก (sulfuric acid) ซึ่งมีฤทธิ์กัดกร่อน เป็นอันตรายต่อทางเดินหายใจได้

ค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน ACGIH TLV (1993): Sodium persulfate (as persulfate) TWA = 0.1 mg/m 3 ||||| ประกาศกระทรวง มหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี) พ.ศ. 2520: ไม่ได้กำหนดไว้

ค่ามาตรฐานในร่างกาย ยังไม่มีองค์กรที่น่าเชื่อถือองค์กรใดกำหนดไว้

คุณสมบัติก่อมะเร็ง ไม่มีข้อมูล องค์กร IARC ไม่ได้ทำการประเมินไว้

อุตสาหกรรมที่ใช้ เป็นสารเคมีที่ใช้เป็นสารฟอกขาวในอุตสาหกรรมทำยาย้อมผม และผงซักฟอก และใช้เป็นสารออกซิไดซ์ (สารที่ให้ออกซิเจนอะตอมในปฏิกิริยาเคมี) ในอุตสาหกรรมเคมีบางชนิด ใช้ในอุตสาหกรรมการพิมพ์ บอร์ดวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และใช้เป็นสารเคมีในกระบวนการปรับคุณสมบัติของแป้ง

กลไกการก่อโรค เป็นสารออกซิไดซ์อย่างแรง เมื่อสัมผัสความชื้น (moisture) เช่น โดนไม้ที่มีความชื้นสูง จะเกิดการลุกไหม้ และกลายเป็นก๊าซไข่เน่า (hydrogen sulfide) ที่มีความเป็นพิษ มีกลิ่นเหม็นรุนแรง ควันและกลิ่นสามารถลอยไปตามกระแสลมได้รวดเร็ว หรือเมื่อได้รับความร้อนสูง (excessive heating) จะเกิดการย่อยสลาย (decomposed) ทำให้เกิดก๊าซออกซิเจน (oxygen) และออกไซด์ของซัลเฟอร์ (SOx) ซึ่งทำให้มีความเป็นพิษรุนแรงขึ้น ออกซิเจนเข้มข้นที่ปล่อยออกมา จะทำให้การดับไฟยากขึ้น หากมีการเผาไหม้ของสารไวไฟชนิดอื่นใกล้กับบริเวณที่เกิดเหตุจะทำให้เกิดไฟไหม้มากขึ้นได้ ส่วนออกไซด์ของซัลเฟอร์ เช่น ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) จะทำให้เกิดอันตรายต่อคนได้มาก เนื่องจากเมื่อสัมผัสความชื้นในทางเดินหายใจจะกลายเป็นกรดซัลฟูริก (sulfuric acid) ซึ่งมีฤทธิ์กัดกร่อนเยื่อบุต่างๆ

การเตรียมตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

  • หากเกิดการหกหรือรั่วไหล ให้อพยพคนออกจากบริเวณนั้น
  • ผู้ที่เข้าไปกู้ภัยควรสวมอุปกรณ์ช่วยหายใจแบบมีถังบรรจุอากาศในตัว (selfcontained breathing apparatus; SCBA)
  • ทำความสะอาดหลังการปนเปื้อน หรือรั่วไหล เก็บกวาดและรอการกำจัด หลีกเลี่ยงการทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย ระบายอากาศในบริเวณนั้น และล้างตำแหน่งที่สารนี้หกรั่วไหลหลังจากเก็บออกแล้ว

อาการทางคลินิก

  • อาการเป็นพิษ พิษจากการสูดดมคือ ทำให้เกิดการระคายเคืองรุนแรง โดยเฉพาะที่เยื่อบุตา ระบบทางเดินหายใจ ทำให้มีอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศีรษะ แน่นหน้าอก หากเป็นเด็กหรือผู้เป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้วมีโอกาสเสี่ยงอันตรายมาก แต่ขึ้นกับปริมาณการสัมผัสด้วย หากได้รับน้อย อาจไม่มีอาการมากนัก แต่ถ้าสูดดมเข้าไปมาก อาจเกิดน้ำท่วมปอด หายใจลำบากได้ หากสัมผัสทางผิวหนังจะมีฤทธิ์กัดกร่อน ทำให้ผิวหนังซีด มีอาการแผลไหม้อย่างรุนแรง หากกลืนจะเจ็บคอ อาเจียน ปวดท้อง สัมผัสถูกตาจะมีฤทธิ์กัดกร่อน ระคายเคืองตา อาจมองเห็นพร่ามัวได้

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ ไม่มีการตรวจตัวบ่งชี้ทางชีวภาพที่ใช้ได้สำหรับสารเคมีนี้ การตรวจทางห้องปฏิบัติการอื่นๆ ที่ช่วยในการรักษาคือ การตรวจภาพรังสีทรวงอก (chest X-ray) ระดับแก็สในหลอดเลือดแดง (arterial blood gas) ระดับเกลือแร่ในเลือด (electrolyte) การสั่งตรวจขึ้นกับอาการของผู้ป่วยเป็นสำคัญ

การดูแลรักษา

  • ปฐมพยาบาล สิ่งแรกที่ต้องทำคือนำผู้ป่วยออกจากที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุด เพื่อลดการสัมผัส ให้อยู่ในที่อากาศถ่ายเท กรณีที่สัมผัสถูกผิวหนังให้ถอดเสื้อผ้าส่วนที่สัมผัสออก ล้างด้วยน้ำเปล่าปริมาณมากๆ กรณีเข้าตา ให้รีบล้างน้ำเปล่าให้เร็วที่สุด ล้างปริมาณมากๆ เช่น นานอย่างน้อย 15 นาที
  • การรักษา ระยะวิกฤตให้ดูสัญญาณชีพ ดูแลทางเดินหายใจเบื้องต้น ให้ออกซิเจน ถ้าไม่หายใจหรือหายใจติดขัดให้ใส่ท่อช่วยหายใจ สังเกตระบบไหลเวียนโลหิต ถ้ามีอาการชัก ความดันโลหิตต่ำ หรือไม่รู้สึกตัว ให้ทำการรักษาตามอาการที่เกิดขึ้นเมื่อพ้นระยะวิกฤตแล้ว ให้สังเกตอาการปอดบวมน้ำและเนื้อปอดอักเสบ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ใน 2 – 3 ชั่วโมงต่อมา

การป้องกันและเฝ้าระวัง ควรสวมใส่ชุดป้องกันที่เหมาะสมกับบริเวณที่ทำงาน โดยพิจารณาจากความเข้มข้นและปริมาณโซเดียมเปอร์ซัลเฟตที่ใช้ หลังจากทำงานล้างมือให้สะอาด ถอดและล้างเสื้อผ้าที่เปื้อนทันที ทิ้งรองเท้าที่เปื้อน จัดเตรียมที่ล้างตัวและอ่างล้างตาฉุกเฉินไว้ใกล้บริเวณที่ทำงาน เก็บสารเคมีนี้ให้ห่างจากวัสดุซึ่งไหม้ไฟได้ รวมทั้งความร้อน ประกายไฟ เปลวไฟ สารกลุ่มรีดิวซ์ สารอินทรีย์ โซเดียมเปอร์ออกไซด์ อะลูมิเนียม และโลหะผง อาจติดตั้งสัญญาณเตือนภัยเมื่อมีการรั่วไหล

เอกสารอ้างอิง

  • International Programme on Chemical Safety. International Chemical Safety Cards (ICSCs). Geneva: International Labour Office (ILO) 1998.
  • http://cameochemicals.noaa.gov/chemical/1517
  • พิษสารเคมีรั่ว ส่ง รพ. ระนาว สวดยับท่าเรือเตือนช้า. หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ. ฉบับวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

มูลนิธิสัมมาอาชีวะ พ.ศ. 2554 ไม่สงวนลิขสิทธิ์