Phosgene

นพ.วิวัฒน์ เอกบูรณะวัฒน์ (22 มิถุนายน 2554)

ชื่อ ฟอสจีน (Phosgene) ||||| ชื่ออื่น Carbonyl chloride, Chloroformyl chloride

สูตรโมเลกุล COCl2 ||||| น้ำหนักโมเลกุล 98.9 ||||| CAS Number 75-44-5||||| UN Number 1076

ลักษณะทางกายภาพ แก๊ส ไม่มีสี มีกลิ่นเหม็น

คำอธิบาย ฟอสจีน (phosgene) หรือ คาร์บอนิลคลอไรด์ (carbonyl chloride) เป็นแก๊สพิษชนิดหนึ่ง ถูกสังเคราะห์ขึ้นเพื่อใช้เป็นอาวุธเคมีในสงคราม นอกจากนั้น ยังสามารถพบการใช้ฟอสจีนได้ในอุตสาหกรรมผลิตสี เรซิน ยาปราบศัตรูพืช และเป็นผลผลิตจากการเผาไหม้สารเคมีที่มีคลอรีนเป็นองค์ประกอบ แก๊สชนิดนี้มีคุณสมบัติทำให้ปอดบวมน้ำ ทำลายระบบหายใจ หากสูดดมเข้าไปปริมาณมากจะทำให้เสียชีวิตได้ ฟอสจีนละลายน้ำได้ไม่ดี จึงทำให้ออกฤทธิ์ช้า ผู้ป่วยอาจสูดดมเข้าไปปริมาณมากโดยไม่รู้ตัว ก่อนที่จะเกิดอาการพิษต่อทางเดินหายใจขึ้นมาอย่างรุนแรงในภายหลังได้

ค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน ACGIH TLV (1992): TWA = 0.1 ppm ||||| NIOSH REL: TWA = 0.1 ppm, Ceiling = 0.2 ppm, IDLH = 2 ppm ||||| OSHA PEL: TWA = 0.1 ppm ||||| ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี) พ.ศ. 2520: TWA = 0.1 ppm

แหล่งที่พบ อาจพบมีการใช้เป็นอาวุธเคมีในสงครามหรือการก่อการร้าย ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตสี (dye) เรซิน (resin) และยาปราบศัตรูพืช (pesticide) เป็นผลผลิต (by-product) จากการเผาไหม้สารเคมีที่มีคลอรีนเป็นองค์ประกอบ เช่น ในกรณีการเกิดไฟไหม้คลังเก็บสารเคมี เป็นต้น การขัดหรือทาโลหะด้วยตัวทำละลายที่มีคลอรีนเป็นองค์ประกอบ เช่น ไตรคลอโรเอทิลีน เมื่อนำโลหะเหล่านี้มาเชื่อมด้วยความร้อน ก็จะเกิดไอควันที่มีแก๊สฟอสจีนขึ้นได้เช่นกัน

กลไกการก่อโรค เป็นสารระคายเคือง ออกฤทธิ์โดยการละลายน้ำ ที่หล่ออยู่ตามเยื่อบุทางเดินหายใจ ได้เป็นกรดไฮโดรคลอริก (hydrochloric acid) ซึ่งมีฤทธิ์กัดกร่อนและระคายเคืองทางเดินหายใจได้ แต่เนื่องจากเป็นแก๊สที่ละลายน้ำช้า การออกฤทธิ์จึงมักเกิดขึ้นช้า หลังการสูดดมไปแล้วเป็นเวลานาน

การเตรียมตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เนื่องจากเป็นแก๊สพิษที่มีความเป็นพิษรุนแรงมาก การสูดดมเข้าไปในปริมาณเพียงเล็กน้อยก็อาจถึงแก่ชีวิตได้ กรณีเกิดการรั่วไหล เจ้าหน้าที่กู้ภัย และผู้ปฏิบัติงานทางการแพทย์ฉุกเฉิน จึงควรใส่ชุดป้องกันแบบที่มีถังบรรจุอากาศในตัว เข้าไปดำเนินการกู้ภัยเท่านั้น

อาการทางคลินิก

  • อาการเฉียบพลัน ถ้าความเข้มข้นสูงพอ จะก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุ ตา จมูก และคอ ทำให้มีอาการไอได้ หลังจากสูดดมระยะแรกอาจจะไม่มีอาการอะไรเลย (asymptomatic) แต่เมื่อเวลาผ่านไป 30 นาที จนถึง 8 ชั่วโมง จะทำให้เกิดอาการหอบเหนื่อย (dyspnea) แน่นหน้าอก (chest discomfort) ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ (hypoxemia) อาการจะเริ่มเกิดเร็วช้าเพียงใดนั้น ขึ้นกับปริมาณแก๊สที่ได้รับ และระยะเวลาการสูดดมแก๊ส ต่อมาจะเกิดภาวะปอดบวมน้ำ (pulmonary edema) ซึ่งอาจเกิดขึ้นช้าถึง 24 ชั่วโมงหลังการสูดดมแก๊สก็ได้ ถ้าอาการหนักมาก อาจทำให้ระบบหายใจล้มเหลวและเสียชีวิต
  • อาการระยะยาว ในบางรายที่ปอดถูกทำลายมาก เมื่อหายจากระยะเฉียบพลันแล้ว อาจเกิดผังพืดที่ปอด ทำให้มีอาการหายใจหอบเหนื่อยเรื้อรังได้

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ การวินิจฉัยให้ขึ้นกับประวัติการสัมผัส และการตรวจร่างกายเป็นสำคัญ ไม่มีตัวบ่งชี้ทางชีวภาพที่ใช้ตรวจได้สำหรับฟอสจีน การตรวจเพื่อช่วยในการรักษา ได้แก่ การตรวจภาพรังสีทรวงอก (CXR) การตรวจระดับออกซิเจน (pulse oximetry) การตรวจระดับแก๊สในหลอดเลือดแดง (arterial blood gas) เหล่านี้เป็นต้น

การดูแลรักษา

  • ปฐมพยาบาล รีบนำผู้ป่วยออกจากจุดเกิดเหตุให้เร็วที่สุด การล้างตัวด้วยน้ำเปล่าให้ทำตามความเหมาะสม หากผู้ป่วยมีอาการระคายเคืองตา ให้ล้างตาด้วย ประเมินการหายใจ ถ้าไม่หายใจให้รีบเปิดทางเดินหายใจและทำการช่วยหายใจ ผู้ที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ป่วยในพื้นที่เกิดเหตุ ต้องใส่ชุดป้องกันแบบที่มีถังบรรจุอากาศในตัว (SCBA) เท่านั้น บุคลากรทางการแพทย์ฉุกเฉินที่ดูแลผู้ป่วยต่อ ก็ต้องใส่หน้ากากป้องกันแก๊สด้วย จากนั้นรีบนำส่งพบแพทย์
  • การรักษา ตรวจสอบระบบการหายใจของผู้ป่วยว่าปกติหรือไม่ ถ้ายังปกติดีให้ระลึกไว้ในใจเสมอว่าอาจเกิดภาวะปอดบวมน้ำหลังจากเวลาผ่านไประยะหนึ่งได้ จึงต้องให้ผู้ป่วยอยู่สังเกตอาการที่โรงพยาบาล อย่างน้อย 12 – 24 ชั่วโมงทุกราย ต้องทำการตรวจภาพรังสีทรวงอกทุกราย หากระบบการหายใจไม่ปกติ ให้ใส่ท่อและช่วยการหายใจ วัดสัญญาณชีพ ให้สารน้ำตามความเหมาะสม รักษาประคับประคองอาการ ควรระวังการปนเปื้อนของแก๊สมาสู่บุคลากรทางการแพทย์ด้วย เช่น จากลมหายใจออกของผู้ป่วย สังเกตอาการต่อเนื่อง หากพบมีอาการหอบเหนื่อยมากขึ้น ให้สงสัยภาวะปอดบวมน้ำ (delayed-onset pulmonary edema) ไว้ก่อน ทำการตรวจภาพรังสีซ้ำ ส่งปรึกษาอายุรแพทย์ และรักษาภาวะปอดบวมน้ำต่อไป ไม่มียาต้านพิษที่จำเพาะสำหรับฟอสจีน
การป้องกันและเฝ้าระวัง การป้องกันที่ดีที่สุดคือลดการสัมผัสตามหลักอาชีวอนามัย โรงงานที่ใช้ฟอสจีนในการผลิตต้องใช้ระบบปิด ควบคุมที่แหล่งกำเนิด ให้ความรู้แก่พนักงานที่ต้องทำงานกับแก๊สชนิดนี้ และต้องขึ้นทะเบียนกับกระทรวงอุตสาหกรรมไว้ แก๊สฟอสจีนที่เกิดจากเหตุไฟไหม้ ป้องกันได้ด้วยการตรวจสอบระบบป้องกันอัคคีภัยอย่างสม่ำเสมอ แก๊สฟอสจีนที่เกิดจากเหตุก่อการร้าย หน่วยงานความมั่นคงควรเตรียมการซักซ้อมเพื่อรับมือไว้หากเกิดเหตุการณ์ขึ้น การเฝ้าระวังสุขภาพในคนที่ทำงานสัมผัสฟอสจีน ควรเน้นไปที่การควบคุมระดับแก๊สชนิดนี้ในบรรยากาศการทำงาน ตรวจสุขภาพโดยเน้นสอบถามอาการระคายเคืองและอาการของระบบทางเดินหายใจ

มูลนิธิสัมมาอาชีวะ พ.ศ. 2554 ไม่สงวนลิขสิทธิ์