Methylene chloride

นพ.อังกูร นพคุณภูษิต (31 พฤษภาคม 2555)

ชื่อ methylene chloride ||||| ชื่ออื่น Dichloromethane; Methylene dichloride; Methane dichloride; R 30; Aerothene MM; Refrigerant 30; Freon 30; DCM; Narkotil; Solaesthin; Solmethine; Plastisolve;

สูตรโมเลกุล CH2Cl2 ||||| น้ำหนักโมเลกุล 84.93 ||||| CAS Number 75-09-2 ||||| UN Number 1593

ลักษณะทางกายภาพ ของเหลวใส ไม่มีสี ระเหยง่าย ไม่ติดไฟและไม่ระเบิด ที่ความเข้มข้นต่ำๆ มีกลิ่นหอมหวานคล้ายคลอโรฟอร์ม มีจุดเดือด 39.8 องศาเซลเซียส จุดหลอมเหลว –97 องศาเซลเซียส

ค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน ACGIH TLV (1997): TWA = 50 ppm ||||| NIOSH REL = Cancer Notation, IDLH = 2,300 ppm (Cancer Notation) ||||| OSHA PEL: TWA = 25 ppm, STEL = 125 ppm ||||| ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี) พ.ศ. 2520: ความเข้มข้นเฉลี่ยตลอดระยะเวลาทำงานปกติ = 500 ppm , ปริมาณความเข้มข้นที่อาจยอมให้มีได้ = 1,000 ppm, ปริมาณความเข้มข้นสูงสุดในช่วงเวลาที่จำกัด 2,000 ppm (5 นาทีในทุกช่วงเวลา 2 ชั่วโมง)

ค่ามาตรฐานในร่างกาย ACGIH BEI – Dichloromethane ในปัสสาวะหลังเลิกงาน (End of shift) 0.3 mg/L

คุณสมบัติก่อมะเร็ง IARC Group 2B (อาจจะเป็นสารก่อมะเร็ง) ||||| ACGIH Carcinogenicity = A3

อุตสาหกรรมที่ใช้

  • อุตสาหกรรมผลิต cellulose acetate
  • อุตสาหกรรมผลิตพลาสติก
  • งานกำจัดแมลง
  • อุตสาหกรรมผลิตฟิล์มถ่ายภาพ
  • อุตสาหกรรมสี

กลไกการก่อโรค Methylene Chloride สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ 3 ทาง ทั้งการกิน ทางการหายใจ และทางผิวหนัง เมื่อเข้าสู่ร่างกายส่วนใหญ่มักจะขับออกทางการหายใจ ที่เหลือจะถูก metabolite ที่ตับได้เป็นแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) และแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ซึ่งถ้าร่างกายได้รับ Methylene Chloride ในปริมาณมากจะทำให้เกิด CO-Hb ซึ่งทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดออกซิเจนได้ นอกจากนี้เมื่อ Methylene Chloride ถูกเผาไหม้หรือได้รับความร้อนจะก่อให้เกิดแก๊ส Hydrogen Chloride, Phosgene และ Chlorine ซึ่งเป็นแก๊สพิษ ทำให้เกิดอันตรายกับร่างกายได้

การเตรียมตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน Methylene Chloride เป็นสารที่สามารถระเบิดได้เมื่อผสมกับอากาศ นอกจากนี้การเผาไหม้ยังก่อให้เกิดสารพิษที่มีอันตราย เช่น phosgene, chlorine ดังนั้นการเข้าระงับเหตุการณ์ ผู้ที่เข้าไปควรสวมชุดที่ทนไฟ และระดับของชุดควรเป็นชุดป้องกันชนิดที่มีถังบรรจุอากาศในตัว (Self-contained breathing apparatus, SCBA)

อาการทางคลินิก

  • อาการเฉียบพลัน การได้รับสารในระดับต่ำ อาจทำให้เกิดอาการทางระบบประสาท เช่น เคลิ้มฝัน เวียนศีรษะ กระวนกระวาย นอกจากนี้ยังระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดอาการระคายคอ ไอ หายใจไม่อิ่ม การรับสัมผัสโดยการกินจะทำให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และอาจมีแผลและเลือดออกในกระเพาะอาหารได้ นอกจากนี้การรับสัมผัสอาจทำให้เกิด CO-Hb ซึ่งเป็นพิษต่อร่างกายแต่มักเกิดได้น้อย การได้รับสัมผัสในระดับสูง อาจทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตาย และกดระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้การหายใจล้มเหลวได้ มักเกิดเมื่อสัมผัสที่ระดับสูงกว่า 500 ppm โดยอาการทางระบบประสาทหลังสัมผัสที่ระดับสูง ได้แก่ ปวดศีรษะ มีอาการผิดปกติด้านจิตใจและการเคลื่อนไหว (Psychomotor performance) เมื่อได้รับสัมผัส Methylene Chloride มากกว่า 8,000 ppm จะกดระบบประสาทส่วนกลางจนหมดสติ และเมื่อรับสัมผัส Methylene Chloride มากกว่า 50,000 ppm ทำให้เสียชีวิตได้ สิ่งสำคัญที่ต้องระวังและอาจเกิดขึ้นได้หลังสัมผัส Methylene Chloride ในปริมาณสูง คือ การทำลายระบบประสาทส่วนกลางแบบถาวร
  • อาการระยะยาว มะเร็ง Methylene Chloride อาจจะเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ โดยจากการศึกษาในสัตว์สามารถทำให้เกิดมะเร็งได้แต่ยังไม่มีหลักฐานการเกิดในมนุษย์ชัดเจน ระบบประสาท ผู้ที่สัมผัส Methylene Chloride เป็นระยะเวลานานจะกดระบบประสาทส่วนกลาง มีอาการปวดศีรษะ มึนงง คลื่นไส้ อาเจียน ความจำเสื่อม ระบบการรับสัมผัสของร่างกายผิดปกติ ถ้ารุนแรงอาจหมดสติได้ ระบบหัวใจและหลอดเลือด มักพบในผู้ที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดอยู่ก่อนแล้ว โดยจะทำให้อาการรุนแรงมากขึ้น อาจทำให้เกิดหัวใจขาดเลือดได้

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ

  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการทั่วไป จะมีประโยชน์มากในการช่วยประเมินอาการของผู้ป่วยที่ได้รับสัมผัส สารชนิดนี้โดยตรวจตามความเสี่ยงของความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับร่างกาย ได้แก่ carboxy hemoglobin level, complete blood count, arterial blood gases, electrolyte, hepatic enzyme levels, creatinine, cardiac enzymes และการประเมินการทำงานของหัวใจด้วยการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
  • การประเมินการสัมผัสสารจะช่วยบอกว่ามีการสัมผัส Methylene chloride แต่ไม่มีประโยชน์มากนักในการวินิจฉัยและรักษาอาการทางคลินิกโดยตรวจ Dichloromethane ในปัสสาวะหลังเลิกงาน (End of shift) ปกติไม่เกิน 0.3 mg/L

การดูแลรักษา

  • การปฐมพยาบาล นำผู้ป่วยออกจากแหล่งที่รับสัมผัส ถอดเสื้อผ้าออกเพื่อลดการปนเปื้อน ให้ผู้ป่วยสูดออกซิเจน 100% และเฝ้าระวังปัญหาของระบบทางเดินหายใจ เช่น อาการหอบเหนื่อย รีบส่งผู้ป่วยดูแลรักษาต่อที่โรงพยาบาล
  • การรักษาระยะเฉียบพลัน ดูแลระบบทางเดินหายใจ อาจจำเป็นต้องใส่ท่อช่วยหายใจถ้ามีภาวะหายใจล้มเหลว ให้ผู้ป่วยหายใจด้วย ออกซิเจน 100 % ติดตามผลคลื่นไฟฟ้าหัวใจอย่างน้อย 4 – 6 ชั่วโมงหลังสัมผัส เพื่อเฝ้าระวังภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Dysrhythmias) ที่อาจเกิดขึ้นได้ ถ้ารับสัมผัสโดยการกิน ให้เฝ้าระวังภาวะแผลหรือเลือดออกในทางเดินอาหาร และปรึกษาศัลยแพทย์เพื่อพิจารณาส่องกล้องดูในระบบทางเดินอาหาร
  • การดูแลระยะยาว ติดตามภาวะคาร์บอกซีฮีโมโกลบิน (CO-Hb) สูงในเลือด ถ้าพบรักษาโดยการให้ออกซิเจน 100 % ติดตามอาการทางระบบประสาทหลังรักษาอาการจนดีขึ้นแล้ว โดยการซักประวัติและตรวจร่างกายโดยแพทย์เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับระบบประสาทอย่างถาวร

การเฝ้าระวัง ติดตามอาการทางระบบประสาทที่อาจมีผลถาวรเกิดขึ้นหลังการสัมผัส ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว

เอกสารอ้างอิง

  1. Olson KR, Anderson IB, Benowitz NL, Blanc PD, Clark RF, Kearney TE, et al. Poisoning & drug overdose. the California Poison Control System. 5th ed. New York: McGraw-Hill 2004.
  2. ACGIH. TLVs and BEIs Based on the Documentation of the Threshold Limit Values & Biological Exposure Indices. United States2011.
  3. NIOSH. NIOSH Pocket Guide to Chemical Hazards. Available from: http://www.cdc.gov/niosh/npg/npgd0414.html.
  4. Stellman JM. ILO encyclopaedia of occupational health and safety. 4th ed. Geneva: International Labour Office 1998.
  5. Haz-Map: Occupational Exposure to Hazardous Agents. Nitric acid. Available from: http://hazmap.nlm.nih.gov/.
  6. วิลาวัณย์ จึงประเสริฐ, สุรจิต สุนทรธรรม, บรรณาธิการ. อาชีวเวชศาสตร์ ฉบับพิษวิทยา – โครงการตำรากรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. นนทบุรี: บริษัท ไซเบอร์ เพรส จำกัด พ.ศ. 2542.
  7. ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินสารเคมีกรมควบคุมมลพิษ. คู่มือการระงับอุบัติภัยจากวัตถุอันตราย2546.
  8. ศูนย์ข้อมูลวัตถุอันตรายและเคมีภัณฑ์กรมควบคุมมลพิษ. Methylene Chloride. Available from: http://msds.pcd.go.th/.

มูลนิธิสัมมาอาชีวะ พ.ศ. 2554 ไม่สงวนลิขสิทธิ์