n-Hexane

นพ.ณรงฤทธิ์ กิตติกวิน (17 มิถุนายน 2554)

ชื่อ เอ็นเฮกเซน หรือ นอร์มัลเฮกเซน (n-Hexane) ||||| ชื่ออื่น Normal hexane

สูตรโมเลกุล C6H14 ||||| น้ำหนักโมเลกุล 86.2 ||||| CAS Number 110–54–3 ||||| UN Number 1208

ลักษณะทางกายภาพ ของเหลว ใส ไม่มีสี ระเหยได้ง่าย มีกลิ่นเฉพาะตัวคล้ายน้ำมันเชื้อเพลิง ติดไฟได้ง่าย และไอระเหยสามารถทำให้เกิดการระเบิดได้

คำอธิบาย เอ็นเฮกเซน (n-hexane) เป็นของเหลวชนิดหนึ่ง ลักษณะใสไม่มีสี เกิดจากการสกัดน้ำมันดิบ เอ็นเฮกเซนจัดเป็นสารตัวทำละลาย (solvent) ชนิดหนึ่ง

ค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน ACGIH TLV – TWA = 50 ppm (180 mg/m3) ||||| OSHA PEL – TWA = 500 ppm (1,800 mg/m3) ||||| NIOSH REL – TWA = 50 ppm (180 mg/m3) ||||| IDLH = 1,100 ppm

ค่ามาตรฐานในสิ่งแวดล้อม EPA inhalation reference concentration (RfC) – 0.2 mg/m3

ค่ามาตรฐานในร่างกาย ACGIH BEI – 2,5-Hexanedion ในปัสสาวะหลังเลิกงานในวันทำงานสุดท้ายของสัปดาห์ ไม่เกิน 200 mg/L

คุณสมบัติก่อมะเร็ง IARC – N/A ||||| EPA Group D ( not classifiable as to human carcinogenicity)

แหล่งที่พบในธรรมชาติ สามารถสกัดได้จากเมล็ดถั่วเหลือง

อุตสาหกรรมที่ใช้

  • ใช้เป็นสารทำความสะอาดในอุตสาหกรรมพิมพ์ภาพ สิ่งทอ ผลิตเฟอร์นิเจอร์ และผลิตรองเท้า
  • อยู่ในส่วนประกอบของกาวที่ใช้ในการติดตั้งหลังคา การทำรองเท้า และอุตสาหกรรมเครื่องหนัง
  • เป็นส่วนประกอบในน้ำมันเชื้อเพลิง กาวประเภทแห้งเร็ว และกาวยางน้ำ (rubber cement)

กลไกการก่อโรค n-hexane เป็นสารที่มีพิษต่อระบบประสาท ทำให้เกิดอาการกลุ่มอาการทางเส้นประสาท (polyneuropathy) ได้หลายอย่าง เช่น เกิดอาการชาบริเวณปลายมือปลายเท้า อาการกล้ามเนื้อส่วนปลาย อ่อนแรงแบบสมมาตร (distal symmetrical motor weakness) เกิดอาการมองเห็นผิดปกติ กรณีสัมผัสมากๆ อาจมีฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ มึนงง อาเจียนได้ นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ทำให้เกิดการระคายต่อตา ทางเดินหายใจส่วนบน และผิวหนัง

การเตรียมตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน กรณีเกิดการรั่วของ n-hexane ควรนำผู้บาดเจ็บออกจากที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุด โดยผู้ที่เข้าไปช่วยเหลือต้องสวมใส่เครื่องป้องกันส่วนบุคคล เช่น หน้ากาก ถุงมือ แว่นตา และชุดป้องกัน ควรหลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ที่ทำให้เกิดประกายไฟ ความร้อน เพราะอาจจะทำให้เกิดการระเบิดได้ กรณีมีการรั่วไหลของไอระเหยอาจจะใช้ละอองน้ำมาพ่นเพื่อจำกัดการแพร่กระจายได้

อาการทางคลินิก

  • อาการเฉียบพลัน ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ อาเจียน มึนงง สับสน ทำให้เกิดการระคายต่อตา ทางเดินหายใจส่วนบน และผิวหนัง เกิดผื่นแดงหรือตุ่มน้ำใสได้หลังจากสัมผัส
  • อาการระยะยาว ทำให้เกิดอาการทางระบบประสาท ความรู้สึกบริเวณปลายมือ ปลายเท้าลดลง เกิดอาการชา รู้สึกเจ็บแปลบเหมือนถูกเข็มทิ่ม กล้ามเนื้ออ่อนแรง กล้ามเนื้อลีบ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลง เกิดอาการข้อเท้าตก (foot drop) ส่วนมากมักจะมีอาการทั้ง 2 ข้างของอวัยวะแบบสมมาตร (symmetrical) ถ้าได้รับสัมผัส n-hexane เป็นเวลานานอาจจะมีผลต่อการมองเห็น ทำให้ลานสายตา (visual field) แคบลง เส้นประสาทตาฝ่อ (optic nerve atrophy) ได้

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ

  • ตรวจปัสสาวะหลังจากเลิกงานในวันทำงานสุดท้ายของสัปดาห์โดยตรวจดูสาร 2,5-Hexanedion ซึ่งจะบ่งบอกถึงการสัมผัส n-hexane
  • การตรวจทางระบบประสาทจะพบการนำกระแสประสาท ของเส้นประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อลดลง การตัดเนื้อเยื่อของเส้นประสาทไปตรวจ จะพบว่าเส้นประสาทส่วนปลายถูกทำลายและมีการบวม ปลอกหุ้มเส้นประสาท (myelin sheath) จะบางลง

การดูแลรักษา

  • ปฐมพยาบาล กรณีเกิดการรั่วไหล นำผู้ป่วยออกจากจุดเกิดเหตุให้เร็วที่สุด ให้อยู่ในที่อากาศถ่ายเท ถอดเสื้อผ้าออก ล้างตัวด้วยน้ำเปล่าให้มากที่สุด ถ้าเข้าตาให้ล้างตาด้วย สังเกตสัญญาณชีพ ระดับความรู้สึกตัว ใส่ท่อช่วยหายใจถ้าผู้ป่วยไม่หายใจ
  • การรักษาระยะเฉียบพลัน ทำการล้างตัว (decontamination) ทั้งที่จุดเกิดเหตุ และที่โรงพยาบาล ประเมินสภาวะการหายใจ ถ้าไม่หายใจต้องใส่ท่อช่วยหายใจและให้ออกซิเจน 100 % ประเมินระดับ ความรู้สึกตัว และอาการทางระบบประสาท หลีกเลี่ยงการให้ยาที่มีฤทธิ์กดระบบประสาท เนื่องจาก n-hexane มีผลต่อระบบประสาทส่วนกลางอยู่แล้ว
  • การรักษาระยะยาว ผลของการสัมผัสสาร n-hexane ต่อเส้นประสาทจะยังคงอยู่แม้ว่าจะหยุดการสัมผัสแล้วก็ตาม ส่วนใหญ่กลุ่มอาการทางเส้นประสาทมักจะเป็นมากขึ้นใน 2 – 3 เดือนถัดมา ในบางรายอาจจะมีอาการได้นานถึง 2 ปี จำเป็นที่จะต้องทำการรักษา และตรวจติดตาม กับแพทย์เฉพาะทางด้านระบบประสาทอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งทำกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ

มูลนิธิสัมมาอาชีวะ พ.ศ. 2554 ไม่สงวนลิขสิทธิ์