Glutaraldehyde

เรียบเรียงโดย นพ.ศรัณย์ ศรีคำ
เรียบเรียงเมื่อ 6 พฤศจิกายน 2560 ||||| ปรับปรุงครั้งล่าสุด 6 พฤศจิกายน 2560

ชื่อ กลูตาราลดีไฮด์ (Glutaraldehyde)

ชื่ออื่น Glutaral, Glutaric dialdehyde, Glutaric acid, Cidex, 1,5-Pentanedial, Pentane-1,5-dial

สูตรโมเลกุล C5H8O2 ||||| น้ำหนักโมเลกุล 100.12 ||||| CAS Number 111-30-8 ||||| UN Number 2810

ลักษณะทางกายภาพ ของเหลวใส ไม่มีสี คล้ายน้ำมัน มีกลิ่นฉุน

คำอธิบาย กลูตาราลดีไฮด์ เป็นสารกลุ่มอัลดีไฮด์ชนิดหนึ่ง ปกติอยู่ในรูปของเหลว ลักษณะใส ไม่มีสี คล้ายน้ำมัน มีกลิ่นฉุนรุนแรง ใช้ในโรงพยาบาล สถานบริการทางการแพทย์ ทันตกรรม และแผนกเอ็กซเรย์

ค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน ACGIH TLV (2017): C = 0.05 ppm [sensitizer] ||||| NIOSH REL: C = 0.2 ppm (0.8 mg/m3) ||||| OSHA PEL: ไม่ได้กำหนดไว้ ||||| ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง ขีดจำกัดความเข้มข้นของสารเคมีอันตราย (พ.ศ. 2560): ไม่ได้กำหนดไว้

ค่ามาตรฐานในร่างกาย ACGIH BEI (2017): ไม่ได้กำหนดไว้ ||||| DFG Biological material (2016): ไม่ได้กำหนดไว้

คุณสมบัติก่อมะเร็ง องค์กร IARC ไม่ได้ทำการประเมินไว้ ||||| ACGIH Carcinogenicity = A4 (ไม่สามารถจัดกลุ่มว่าเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ได้)

แหล่งที่พบ ใช้ในทางการแพทย์ โดยใช้ฆ่าเชื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ใช้ในการเก็บรักษาเนื้อเยื่อ และใช้ฆ่าเชื้อราเฉพาะที่ รวมถึงพบในน้ำยาสำหรับการเอกซเรย์บางชนิด และมีการใช้ในอุตสาหกรรมการเกษตร และห้องปฏิบัติการ โดยมักเป็นการใช้ฆ่าเชื้อบนพื้นผิวและอุปกรณ์ต่างๆ

กลไกการก่อโรค ทางเข้าสู่ร่างกายของกลูตาราลดีไฮด์นั้น สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทั้งทางการหายใจ ทางการกิน และซึมผ่านผิวหนัง ออกฤทธิ์ระคายเคืองทางเดินหายใจ ตาและผิวหนัง อาจทำให้เกิดโรคหอบหืด (Asthma) มีรายงานว่าทำให้เกิดอาการหอบหืดในเจ้าหน้าที่แผนกส่องกล้องตรวจ (Endoscopy) อาจก่อให้เกิดภาวะไวต่อการกระตุ้นอาการแพ้ของผิวหนัง (Sensitization) และเกิดผื่นผิวหนังอักเสบจากการแพ้ (Allergic contact dermatitis) หากสัมผัสซ้ำๆ โดยมีรายงานว่าทำให้เกิดผื่นผิวหนังอักเสบในเจ้าหน้าที่แผนกทันตกรรม แม่บ้าน บุคลากรทางการแพทย์ และช่างถ่ายภาพ ในสัตว์ทดลองยังมีรายงานว่าทำให้เกิดอาการตับอักเสบ (Toxic hepatitis) ได้ด้วย

อาการทางคลินิก

  • อาการเฉียบพลัน ทำให้เกิดการระคายเคืองได้ทั้งต่อระบบทางเดินหายใจ และดวงตา ทำให้มีอาการแสบจมูก แสบคอ ไอ แสบตาได้ การสัมผัสทางผิวหนังทำให้ผิวหนังไหม้ เป็นผื่นแดงอักเสบได้ หากกินเข้าไปอาจทำให้เกิดอาการแสบร้อนระคายเคืองช่องปากและทางเดินอาหาร นอกจากนี้ยังอาจทำให้มีอาการปวดศีรษะ มึนงง คลื่นไส้ อาเจียนได้
  • อาการระยะยาว อาจทำให้เกิดโรคหอบหืดจากการทำงาน (Occupational asthma) ทำให้ให้มีอาการหอบเหนื่อย หายใจลำบาก แน่นหน้าอกได้ และอาจเกิดผิวหนังอักเสบจากการแพ้ (Allergic contact dermatitis) หากสัมผัสซ้ำๆ โดยจะมีผื่นแดง คัน น้ำเหลืองไหล

การดูแลรักษา

  • การปฐมพยาบาล กรณีสารเคมีรั่วไหล นำผู้ป่วยออกจากจุดเกิดเหตุให้เร็วที่สุด ให้อยู่ในที่อากาศถ่ายเท ถอดเสื้อผ้าออก ล้างตัวด้วยน้ำเปล่าให้มากที่สุด ถ้าเข้าตาให้ทำการล้างตาด้วย สังเกตสัญญาณชีพ ใส่ท่อช่วยหายใจถ้าไม่หายใจ ให้ออกซิเจนเสริม
  • การรักษา ทำการล้างตัว (Decontamination) ทั้งที่จุดเกิดเหตุและที่โรงพยาบาล ช่วยการหายใจ ให้ออกซิเจน

การเฝ้าระวัง กรณีเป็นการปฏิบัติงานที่ต้องสัมผัสกับสารนี้ ควรมีการติดตามอาการระคายเคืองของทางเดินหายใจ ผิวหนังและเยื่อบุ และเฝ้าระวังการเกิดโรคหอบหืดจากการทำงานและผิวหนังอักเสบจากการแพ้ (Allergic contact dermatitis) โดยการซักประวัติและตรวจร่างกาย รวมถึงอาจพิจารณาตรวจสมรรถภาพปอดร่วมด้วย กรณีสัมผัสจากอุบัติภัยสารเคมีควรทำทะเบียนผู้สัมผัสสารนี้ให้ครบถ้วน เพื่อติดตามเฝ้าระวังอาการของโรคดังกล่าว

เอกสารอ้างอิง

  1. National Institute for Occupational Safety and Health (NIOSH). Glutaraldehyde: Occupational hazards in hospitals (NIOSH Publication No. 2001-115). Cincinnati: NIOSH; 2001.
  2. U.S. National Library of Medicine (NLM). Toxnet – Glutaraldehyde [Internet]. 2015 [cited 2017 Nov 6]. Available from: https://toxnet.nlm.nih.gov/cgi-bin/sis/search/a?dbs+hsdb:@term+@DOCNO+949.
  3. U.S. Agency for Toxic Substances and Disease Registry (ATSDR). Toxicological profile for glutaraldehyde. Georgia: ATSDR; 2017.

มูลนิธิสัมมาอาชีวะ พ.ศ. 2554 ไม่สงวนลิขสิทธิ์