Glutaraldehyde

นพ.ธีระศิษฏ์ เฉินบำรุง (31 พฤษภาคม 2555)

ชื่อ กลูตาราลดีไฮด์ (Glutaraldehyde)

ชื่ออื่น Alhydex; Cidex; Glutaric dialdehyde; 1,5-Pentanedial; Glutaral; Sporicidin; 1,3-Diformylpropane; Dioxopentane; Glutardialdehyde; Pentanedial; Ucarcide; Verucasep; [Marks, p. 146] Glutaric dialdehyde; Glutaric aldehyde; Glutaric acid dialdehyde; Glutarol; Veruca-sep; Gluteraldehyde; 1,5-Pentanedione; Potentiated acid glutaraldehyde;Sonacide; Pentane-1,5-dial; Aldesan; Coldcide-25 microbiocide; Glutaralum; Hospex; [ChemFinder] Glutaraldehyd

สูตรโมเลกุล C5H8O2

CAS Number 111-30-8

UN Number 2810

ลักษณะทางกายภาพ ของเหลวใส ไม่มีสี มีกลิ่นฉุน

คำอธิบาย กลูตาราลดีไฮด์ เป็นสารกลุ่มอัลดีไฮด์ชนิดหนึ่ง ปกติอยู่ในรูปของเหลว ลักษณะใสไม่มีสี มีกลิ่นเหม็นรุนแรงใช้ในโรงพยาบาล สถานบริการทางการแพทย์ ทันตกรรม และแผนกเอ็กซเรย์ นอกจากนี้ยังนำมาใช้ในกระบวนการ cold sterilization

ค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน

ACGIH Ceiling (2009) – 0.05 ppm

LC50 (rats) = 24 ppm/4h

คุณสมบัติก่อมะเร็ง ยังไม่ได้รับการประเมินโดย IARC ||||| ACGIH Carcinogenicity = A4

อุตสาหกรรมที่ใช้ พบได้ในงานบริการทางการแพทย์ต่างๆ ทั้งงานทันตกรรม และงานเอกซเรย์

กลไกการก่อโรค ออกฤทธิ์กดระบบทางเดินหายใจอาจทำให้เกิดโรคหอบหืด (asthma) มีรายงานว่าทำให้เกิดอาการหอบหืดในเจ้าหน้าที่แผนกส่องกล้องตรวจ (endoscopy) และมีรายงานว่าทำให้เกิดผื่นผิวหนังอักเสบในเจ้าหน้าที่แผนกทันตกรรม แม่บ้าน บุคลากรทางการแพทย์ และช่างถ่ายภาพ นอกจากจะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังและเยื่อบุต่างๆ ได้แล้ว ในสัตว์ทดลองยังมีรายงานว่าทำให้เกิดอาการตับอักเสบ (toxic hepatitis) ได้ด้วย

อาการทางคลินิก

ส่วนใหญ่เป็นอาการเฉียบพลันเป็นหลัก โดยทางเข้าสู่ร่างกายของกลูตาราลดีไฮด์นั้น สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทั้งทางการหายใจ ทางการกิน และซึมผ่านผิวหนัง กรณีที่ได้รับสารเข้าสู่ร่างกายในปริมาณน้อยอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ทั้งต่อระบบทางเดินหายใจ และดวงตา ซึ่งเป็นอวัยวะที่มีความไวต่อสารสูง การสัมผัสทางผิวหนังทำให้ผิวหนังไหม้ เป็นผื่นแดงอักเสบได้ และหากได้รับในปริมาณมากพออาจทำให้เกิดการเป็นพิษต่อตับ มีอาการของตับอักเสบได้ ทำให้เป็นหอบหืดจากการทำงาน (occupational asthma)

การดูแลรักษา

  • ปฐมพยาบาล กรณีสารเคมีรั่วไหล นำผู้ป่วยออกจากจุดเกิดเหตุให้เร็วที่สุด ให้อยู่ในที่อากาศถ่ายเท ถอดเสื้อผ้าออก ล้างตัวด้วยน้ำเปล่าให้มากที่สุด ถ้าเข้าตาให้ทำการล้างตาด้วย สังเกตสัญญาณชีพ ใส่ท่อช่วยหายใจถ้าไม่หายใจ ให้ออกซิเจนเสริม
  • การรักษา ทำการล้างตัว (decontamination) ทั้งที่จุดเกิดเหตุและที่โรงพยาบาล ช่วยการหายใจ ให้ออกซิเจน
การเฝ้าระวัง กรณีอุบัติภัยสารเคมีต้องรีบทำทะเบียนผู้สัมผัสสารนี้ให้ครบถ้วน เนื่องจากเป็นสารที่เป็นพิษต่อตับจึงควรติดตามผลตรวจค่าการทำงานของตับ อาการและอาการแสดงของตับอักเสบต่ออีกระยะ

มูลนิธิสัมมาอาชีวะ พ.ศ. 2554 ไม่สงวนลิขสิทธิ์