Formaldehyde

เรียบเรียงโดย นพ.ธนพงศ์ แสงส่องสิน
เรียบเรียงเมื่อ 7 กันยายน 2560 ||||| ปรับปรุงครั้งล่าสุด 7 กันยายน 2560

ชื่อ ฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde)

ชื่ออื่น Methanal, Methyl aldehyde, Methylene oxide, Formalin, Formol

สูตรโมเลกุล CH2O ||||| น้ำหนักโมเลกุล 30.03 ||||| CAS Number 50-00-0 ||||| UN Number 2209

ลักษณะทางกายภาพ ฟอร์มาลดีไฮด์เป็นแก๊ส ไม่มีสี แต่มีกลิ่นฉุน อาจพบฟอร์มาลดีไฮด์ได้ในรูปสารละลายเรียกว่าฟอร์มาลิน ( formalin) เป็นสารละลาย 37 % ของฟอร์มาลดีไฮด์ และอาจมีเมทานอลผสมอยู่ด้วย 6 – 12 %

คำอธิบาย ฟอร์มาลดีไฮด์ ( formaldehyde) เป็นสารกลุ่มอัลดีไฮด์ชนิดหนึ่ง ปกติอยู่ในรูปแก๊ส ลักษณะใสไม่มีสี มีกลิ่นเหม็นรุนแรงใช้ในอุตสาหกรรมไม้ เรซิน โฟม พลาสติก ลามิเนต และกระดาษ นอกจากนี้ยังพบได้ในห้องปฏิบัติการทางเคมีทั่วไป

ค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน ACGIH TLV (2012): C = 0.3 ppm [sensitizer] ||||| NIOSH REL: TWA = 0.016 ppm, C = 0.1 ppm [15-minute], Carcinogen notation, IDLH = 20 ppm ||||| OSHA PEL: TWA = 0.75 ppm, STEL = 2 ppm ||||| ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง ขีดจำกัดความเข้มข้น ของสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2560: ความเข้มข้นเฉลี่ยตลอดระยะเวลาทำงานปกติ ไม่เกิน 0.75 ppm, ปริมาณความเข้มข้นสูงสุดในช่วงเวลาที่จำกัด ไม่เกิน 2 ppm ใน 15 นาที

ค่ามาตรฐานในร่างกาย ยังไม่มีองค์กรที่น่าเชื่อถือองค์กรใดกำหนดไว้

คุณสมบัติก่อมะเร็ง IARC Classification = Group 1 (ยืนยันว่าเป็นสารก่อมะเร็งโพรงหลังจมูกและมะเร็งเม็ดเลือดขาวในมนุษย์) ||||| ACGIH Carcinogenicity = A2 (สงสัยจะเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์)

แหล่งที่พบในธรรมชาติ พบได้ทั่วไปใน วัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้าน ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนที่ทำจากไม้อัดชนิดที่ใช้กาวที่มีส่วนผสมของฟอร์มาลดีไฮดื เครื่องใช้ไฟฟ้า เชื้อเพลิงการเผาไหม้ มวนบุหรี่

อุตสาหกรรมที่ใช้

  • เป็นสารที่มีลักษณะเป็นสารระเหยง่าย (solvent) และมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อ (germicidal)
  • ในอุตสาหกรรมผลิตพลาสติกมีการใช้ฟอร์มาลดีไฮด์ในหลายรูปแบบ ทั้ง urea-formaldehyde, phenol-formaldehyde และ melamine-formaldehyde resins
  • นอกจากนี้ยังมีใช้ในอุตสาหกรรมการถ่ายภาพ สีย้อม ยาง วัตถุระเบิด โลหะ และการบำบัดน้ำเสีย
  • พาราฟอร์มาลดีไฮด์ (paraformaldehyde) เป็นรูปแบบของส่วนผสมสาร (mixture) ที่มีฟอร์มาลดีไฮด์หลายรูปแบบผสมอยู่ นิยมนำมาใช้ในการฆ่าเชื้อโรคทั้งแบคทีเรียและเชื้อรา นอกจากนี้ยังมีการนำมาใช้เป็นสารกันบูด (preservative) ด้วย
  • ในห้องปฏิบัติการยังมีการนำฟอร์มาลดีไฮด์ไปใช้ในการ fixation สไลด์ชิ้นเนื้อ ก่อนการนำไปย้อมสี

กลไกการก่อโรค ออกฤทธิ์กดระบบทางเดินหายใจอาจทำให้เกิดโรคหอบหืด (asthma) และโรคปอดอักเสบ (toxic pneumonitis) ได้ หากได้รับสัมผัสทางผิวหนังทำให้เกิดการไหม้ (skin burns) และยังเป็นสารกระตุ้นให้เกิดผื่นแพ้ (contact dermatitis) นอกจากนี้ยังพบว่าเป็นสารก่อมะเร็ง เช่น มะเร็งโพรงหลังจมูก

การเตรียมตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ฟอร์มาลดีไฮด์เป็นสารไวไฟ ระเหยได้ดีมาก เมื่อลุกไหม้อาจเกิดการระเบิดได้ง่าย เนื่องจากเป็นสารก่อมะเร็ง ระดับของชุดควรเป็นชุดป้องกันชนิดที่มีถังบรรจุอากาศในตัว (Self- contained breathing apparatus; SCBA) เท่านั้น และแนะนำให้ใช้ม่านน้ำ (Fine water spray) ในการจัดการ กับแก๊สที่แพร่กระจายในอากาศ

อาการทางคลินิก

  • อาการเฉียบพลัน ทางเข้าสู่ร่างกายของฟอร์มาลดีไฮด์นั้น สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทั้งทางการหายใจ ทางการกิน และซึมผ่านผิวหนัง กรณีที่ได้รับสารเข้าสู่ร่างกายในปริมาณน้อยอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ทั้งต่อระบบทางเดินหายใจ และดวงตา ซึ่งเป็นอวัยวะที่มีความไวต่อสารสูงและฟอร์มาลดีไฮด์เป็นสารที่ละลายน้ำได้ดีจึงรู้สึกระคายเคืองทางเดินหายใจและเยื่อบุได้ง่าย แม้ได้รับสัมผัสในปริมาณเล็กน้อย หากได้รับเข้าไปปริมาณมากจะมีฤทธิ์ระคายเคืองทางเดินหายใจรุนแรง ทำให้เกิดอาการปอดอักเสบและหอบหืดได้ การสัมผัสทางผิวหนังทำให้ผิวหนังไหม้ เป็นผื่นแดงอักเสบ และหากใช้มือสัมผัสสารโดยตรงอาจทำให้เล็บผิดรูป (nail dystrophy)
  • อาการระยะยาว การสัมผัสในระยะยาวมีผลต่อการเกิดมะเร็งโพรงหลังจมูก (nasopharyngeal cancer) ได้ในมนุษย์ (IARC class 1)

การดูแลรักษา

  • ปฐมพยาบาล กรณีสารเคมีรั่วไหล นำผู้ป่วยออกจากจุดเกิดเหตุให้เร็วที่สุด ให้อยู่ในที่อากาศถ่ายเท ถอดเสื้อผ้าออก ล้างตัวด้วยน้ำเปล่าให้มากที่สุด ถ้าเข้าตาให้ทำการล้างตาด้วย สังเกตสัญญาณชีพ ใส่ท่อช่วยหายใจถ้าไม่หายใจ ให้ออกซิเจนเสริม
  • การรักษาระยะเฉียบพลัน ทำการล้างตัว (decontamination) ทั้งที่จุดเกิดเหตุและที่โรงพยาบาล ช่วยการหายใจ ให้ออกซิเจน ถ้ามีภาวะปอดอักเสบหรือการหายใจลำบากควรใส่ท่อช่วยหายใจทันที
  • การดูแลระยะยาว เนื่องจากสารนี้เป็นสารก่อมะเร็ง จึงต้องดูแลผู้ที่สัมผัสสารนี้ในระยะยาวด้วย โดยการรีบจัดทำทะเบียนผู้สัมผัส ให้ความรู้ถึงอันตรายระยะยาวของสารนี้แก่ผู้สัมผัสทุกคน รวมถึงหน่วยกู้ภัยและบุคลากรทางการแพทย์ที่มีแนวโน้มปนเปื้อนการสัมผัสด้วย
การเฝ้าระวัง การทำงานที่ต้องสัมผัสฟอร์มาลดีไฮด์ควรได้รับการสื่อสารความเสี่ยง การตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน และตรวจประจำปีหากทำงานในสถานที่ความเข้มข้นในอากาศเท่ากับหรือสูงกว่าค่ามาตรฐาน และควร เก็บข้อมูลเกี่ยวกับการสัมผัส การป้องกันที่ได้รับ และการตรวจร่างกายของผู้ที่สัมผัสฟอร์มาลดีไฮด์ กรณีอุบัติภัย สารเคมีต้องรีบทำทะเบียนผู้สัมผัสสารนี้ให้ครบถ้วน เนื่องจากเป็นสารก่อมะเร็ง ควรทำการตรวจติดตามผู้สัมผัสสารเหล่านี้ไปอย่างน้อย 10 – 20 ปี ทำการตรวจเฝ้าระวังมะเร็งโพรงหลังจมูกเป็นระยะ

มูลนิธิสัมมาอาชีวะ พ.ศ. 2554 ไม่สงวนลิขสิทธิ์