Ethylene oxide

พญ.นวพรรณ ผลบุญ (31 พฤษภาคม 2555)

ชื่อ เอทิลีนออกไซด์ (Ethylene oxide)

ชื่ออื่น Dimethylene oxide, Oxirane, 1,2-Epoxyethane, Epoxyethane, EtO, EO, Oxacyclopropane

สูตรโมเลกุล C2H4O ||||| น้ำหนักโมเลกุล 44.1 ||||| CAS Number 75-21-8 ||||| UN Number 1040

ลักษณะทางกายภาพ แก็สไม่มีสี มีกลิ่นหอมอ่อนๆ

คำอธิบาย เอทิลีนออกไซด์ เป็นแก็สที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในการอบฆ่าเชื้อโรค ตามโรงงานผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์และโรงพยาบาลต่างๆ แก็สชนิดนี้เป็นสารก่อมะเร็งเม็ดเลือดขาว การสูดดมเข้าไปบ่อยๆ ในระยะยาวจะทำให้ป่วยเป็นมะเร็งได้ การทำงานกับแก็สชนิดนี้จึงต้องลดปริมาณการสัมผัสลงให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

ค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน ACGIH TLV (1990): TWA = 1 ppm ||||| NIOSH REL: TWA = less than 1 ppm (1.8 mg/m3), Ceiling = 5 ppm (9 mg/m3), Carcinogen Notation, IDLH = 800 ppm ||||| OSHA PEL: TWA = 1 ppm (1.8 mg/m3), Ceiling = 5 ppm (9 mg/m3) ||||| ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี) พ.ศ. 2520: ไม่ได้กำหนดไว้

ค่ามาตรฐานในร่างกาย ยังไม่มีองค์กรที่น่าเชื่อถือองค์กรใดกำหนดไว้

คุณสมบัติก่อมะเร็ง IARC = Group 1 (ยืนยันว่าเป็นสารก่อมะเร็ง) ||||| ACGIH Carcinogenicity = A2

อุตสาหกรรมที่ใช้ ใช้ในการฆ่าเชื้ออุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ และเป็นสารสำคัญในขบวนการผลิตสารเคมี ethylene glycol ตัวทำละลาย สารเคลือบผิว และในอีกหลายๆ อุตสาหกรรมเคมี

กลไกการก่อโรค ethylene oxide มีฤทธิ์เป็นด่าง เป็นตัวทำปฏิกิริยากับโปรตีนและ DNA ทำให้เซลล์ตาย การสัมผัสแก็สโดยตรงทำให้ระคายเคืองตา เยื่อบุทางเดินหายใจ และปอด สามารถซึมผ่านผิวหนังได้

การเตรียมตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน นำผู้ที่สัมผัสสารออกจากบริเวณที่มีการปนเปื้อนโดยด่วน โดยผู้ช่วยเหลือควรใส่ชุดป้องกันสารเคมี

อาการทางคลินิก

  • อาการเฉียบพลัน ระคายเคืองเยื่อบุตา ระคายเคืองเยื่อบุปาก ช่องคอ ทางเดินหายใจ ปอด และทำให้เกิดปอดบวมน้ำได้
  • อาการระยะยาว ทำให้เกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาว

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ ไม่สามารถตรวจทางเลือดได้

การดูแลรักษา

  • ปฐมพยาบาล ถอดเสื้อผ้า ล้างผิวหนังส่วนที่สัมผัสด้วยน้ำสะอาด ล้างตาด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือ
  • การรักษา ไม่มียาต้าน (antidote) เฉพาะ สำหรับสารนี้ ควรดูแลอย่างใกล้ชิด 2 – 3 ชั่วโมงหลังสัมผัส โดยเฉพาะอาการระบบทางเดินหายใจ หากจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจควรพิจารณาใส่ใช้ หากพบหลอดลมตีบและปอดบวมน้ำ ให้รักษาตามอาการ และให้รักษาหากมีอาการโคมา ชัก และหัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นต้น

การป้องกันและเฝ้าระวัง ตรวจวัดระดับแก็สชนิดนี้ในสถานที่ทำงานให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และควรสวมอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม

เอกสารอ้างอิง

  1. International Programme on Chemical Safety. International Chemical Safety Cards (ICSCs). Geneva: International Labour Office (ILO) 1998.
  2. Olson KR, Anderson IB, Benowitz NL, Blanc PD, Clark RF, Kearney TE, et al. Poisoning & drug overdose. The California Poison Control System. 5th ed. New York: McGraw-Hill 2004.
  3. Farrow C, Wheeler H, Bates N, Murray V. The chemical incident management handbook. London: The Stationery Office 2000.

มูลนิธิสัมมาอาชีวะ พ.ศ. 2554 ไม่สงวนลิขสิทธิ์