Cyanide

เรียบเรียงโดย นพ.วิวัฒน์ เอกบูรณะวัฒน์
เรียบเรียงเมื่อ 18 กันยายน 2560 ||||| ปรับปรุงครั้งล่าสุด 18 กันยายน 2560

ชื่อ ไซยาไนด์ (Cyanide) ||||| ชื่ออื่น Hydrogen cyanide (ไฮโดรเจนไซยาไนด์) – Hydrocyanic acid, Prussic acid, Formonitrile ||||| Sodium cyanide (โซเดียมไซยาไนด์) – Sodium salt of hydrocyanic acid ||||| Potassium cyanide (โพแทสเซียมไซยาไนด์) – Potassium salt of hydrocyanic acid

สูตรโมเลกุล CN- (Cyanide) ||||| HCN (Hydrogen cyanide) ||||| NaCN (Sodium cyanide) ||||| KCN (Potassium cyanide) ||||| น้ำหนักโมเลกุล 26.01 (Cyanide) ||||| 27.03 (Hydrogen cyanide) ||||| 49.01 (Sodium cyanide) ||||| 65.12 (Potassium cyanide) ||||| CAS Number 74-90-8 (Hydrogen cyanide) ||||| 143-33-9 (Sodium cyanide) ||||| 151-50-8 (Potassium cyanide) ||||| UN Number 1051 (Hydrogen cyanide) ||||| 1689 (Sodium cyanide) ||||| 1680 (Potassium cyanide)

ลักษณะทางกายภาพ ไฮโดรเจนไซยาไนด์ ถ้าเป็นของเหลว จะเป็นของเหลวใส ระเหยเป็นแก๊สได้ง่ายที่อุณหภูมิห้อง มีกลิ่นเฉพาะตัวเรียกว่ากลิ่นอัลมอนด์ขม (Bitter almond) เมื่อกลายเป็นแก๊ส จะเป็นแก๊สไม่มีสี มีกลิ่นอัลมอนด์ขมเช่นกัน สำหรับโซเดียมไซยาไนด์และโพแทสเซียมไซยาไนด์ เป็นของแข็ง มีลักษณะเป็นเกร็ดสีขาว มีกลิ่นอัลมอนด์ขมอ่อนๆ

คำอธิบาย ไซยาไนด์ (Cyanides) เป็นกลุ่มของสารเคมีที่มีไซยาไนด์ไอออน (CN-) เป็นองค์ประกอบ สารเคมีกลุ่มนี้มีความเป็นพิษสูงมาก ใช้ในการทำงานบางอย่าง เช่น การชุบโลหะ การสังเคราะห์สารเคมี การตรวจวิเคราะห์ทางเคมีในห้องปฏิบัติการ สารประกอบกลุ่มที่เป็นเกลือไซยาไนด์ (Cyanide salts) มีหลายชนิด ที่พบบ่อย เช่น โซเดียมไซยาไนด์ (Sodium cyanide) โพแทสเซียมไซยาไนด์ (Potassium cyanide) หรือพบในรูปเกลือชนิดอื่นๆ เช่น แคลเซียมไซยาไนด์ (Calcium cyanide) ไอโอดีนไซยาไนด์ (Iodine cyanide) เป็นต้น เมื่อเกลือไซยาไนด์สัมผัสกับกรด หรือมีการเผาไหม้ของพลาสติกหรือผ้าสังเคราะห์ จะได้แก๊สไฮโดรเจนไซยาไนด์ (Hydrogen cyanide) เกิดขึ้น แก๊สชนิดนี้มีพิษอันตรายเช่นเดียวกับเกลือไซยาไนด์ แต่แพร่กระจายได้ง่ายกว่า เป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งของการเสียชีวิตในผู้ที่สูดควันไฟกรณีที่มีไฟไหม้ในอาคาร นอกจากนี้ยังพบแหล่งของไซยาไนด์ในธรรมชาติได้จากสารอะมิกดาลิน (Amygdalin) ซึ่งพบได้ในเมล็ดของแอพพริคอท (Apricot) และเชอรรี่ดำ (Black cherry) และสารลินามาริน (Linamarin) ซึ่งพบได้ในหัวและใบของมันสำปะหลัง (Cassava) ในประเทศไทยพบมีรายงานพิษไซยาไนด์เนื่องจากการกินมันสำปะหลังได้บ้างพอสมควร และบางรายถึงกับทำให้เสียชีวิต

ค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน ACGIH TLV (2017) Hydrogen cyanide and cyanide salts, as CN – Hydrogen cyanide C = 4.7 ppm [skin], Cyanide salts C = 5 mg/m3 [skin] ||||| NIOSH REL – Hydrogen cyanide STEL = 4.7 ppm (5 mg/m3) [skin], IDLH = 50 ppm, Other cyanides (e.g. Sodium cyanide, Potassium cyanide) C = 4.7 ppm (5 mg/m3) [10-minute], IDLH = 25 mg/m3 ||||| OSHA PEL – Hydrogen cyanide TWA = 10 ppm (11 mg/m3) [skin], Other cyanides (e.g. Sodium cyanide, Potassium cyanide) TWA = 5 mg/m3 ||||| ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง ขีดจำกัดความเข้มข้นของสารเคมีอันตราย (ลงวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 25 60): ขีดจำกัดความเข้มข้นของสารเคมีอันตรายเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการทำงานปกติ สำหรับไฮโดรเจนไซยาไนด์ ไม่เกิน 10 ppm

ค่ามาตรฐานในร่างกาย การตรวจระดับไซยาไนด์ในเลือดและปัสสาวะนั้นสามารถทำได้ แต่ไม่มีประโยชน์ในการเฝ้าระวังสุขภาพคนทำงาน เนื่องจากโดยปกติจะตรวจพบไซยาไนด์ในระดับต่ำๆ ในร่างกายคนทั่วไปอยู่แล้ว อีกทั้งไซยาไนด์ยังถูกกำจัดออกไปจากร่างกายได้อย่างรวดเร็ว จึงมักตรวจไม่พบ ปัจจุบันจึงยังไม่มีองค์กรที่น่าเชื่อถือองค์กรใด รวมถึงองค์กร ACGIH กำหนดค่ามาตรฐานในร่างกายคนทำงานสำหรับสารนี้ไว้

คุณสมบัติก่อมะเร็ง ยังไม่มีองค์กรที่น่าเชื่อถือองค์กรใดทำการประเมินไว้

แหล่งที่พบ

  • อาจพบได้ในธรรมชาติ ที่พบบ่อยคือ ในหัวและใบของมันสำปะหลัง (Cassava) ไซยาไนด์อาจพบได้จาก ควันไอเสียรถยนต์ มลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม ควันจากเตาเผาขยะควันบุหรี่ ควันจากไฟไหม้และอาจพบในน้ำเสียจากโรงงานกลุ่มเคมีอินทรีย์ และอุตสาหกรรมการผลิตเหล็กหรือเหล็กกล้าได้
  • เป็นสารที่ใช้ในอุตสาหกรรมโลหะ พลาสติก และยางในรูปแบบสารประกอบต่างๆ
  • Acryonitrile (Vinyl cyanide, Cyanoethylene, Propene nitrile) เป็นของเหลวใสไม่มีสี ติดไฟได้ง่าย ใช้เป็นสารตั้งของของการแอนติออกซิแดนท์ อุตสาหกรรมยา ยาฆ่าแมลง และสารลดแรงตึงผิว
  • Calcium cyanamide (Nitrolim, Calcium carbimide, Cyanamide) เป็นผงสีดำเทาเป็นประกาย ใช้สำหรับบ่มเพาะในงานเกษตรกรรม ยาฆ่าแมลง ยาปราบวัชพืช อุตสาหกรรมคอตตอน อุตสาหกรรมเหล็กใช้ทำให้เหล็กแข็งตัว และยังเป็นสารตั้งต้นของการผลิตเมลามีน
  • Cyanogen, Cyanogen bromide and Cyanogen chloride ใช้เป็นส่วนผสมในเชื้อเพลิง และใช้ในการตัดเหล็กที่ทนความร้อนสูง นอกจากนี้ยังใช้ในอุตสาหกรรมฟอกหนัง เป็นส่วนประกอบของยาฆ่าแมลง และใช้สกัดทอง
  • Hydrogen cyanide ใช้ในอุตสาหกรรมไฟเบอร์ พลาสติก ขัดเงาโลหะ การย้อมสี และการถ่ายภาพ
  • Potassium ferricyanide (Red prussiate of potash) ใช้ในอุตสาหกรรมโลหะ การถ่ายภาพ การย้อมสี และ การผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์

กลไกการก่อโรค กลไกการเกิดพิษของสารกลุ่มไซยาไนด์นั้น เกิดจากไปจับกับ Cellular cytochrome oxidase ทำให้เซลล์ใช้ออกซิเจนไม่ได้ (ยับยั้งการหายใจของเซลล์)

อาการทางคลินิก

  • อาการเฉียบพลัน ทางเข้าสู่ร่างกายนั้น สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทั้งทางการหายใจ ทางการกิน และซึมผ่านผิวหนัง หากได้รับเข้าไปปริมาณมากจะมีฤทธิ์ยับยั้งการหายใจในระดับเซลล์ ทำให้เซลล์ตายได้
  • อาการระยะยาว การสัมผัสสาร Thiocyanate ในระยะยาว อาจก่อให้เกิดพิษเรื้อรังได้มีอาการ แขนขาอ่อนแรง ปวดศีรษะ และโรคของต่อมไทรอยด์ ซึ่งมีรายงานในคนงานโรงงานแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และคนงานขัดเครื่องเงิน

การปฏิบัติงาน

  • การระบายอากาศเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการทำงานกับสารไซยาไนด์ ควรใช้การทำงานที่มีระบบปิดแบบสมบูรณ์ (Complete enclosure of the process) และมีการดูดระบายอากาศเสริม (Exhaust ventilation) รองรับในกรณีที่มีการรั่วไหล
  • สำหรับสาร Hydrogen cyanide อาจฝึกสอนให้ผู้ปฏิบัติงานรู้จักกลิ่นของสารเพื่อการเฝ้าระวังได้
  • ติดป้ายเตือนสารเคมีอันตรายให้ชัดเจนพร้อมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับอันตรายและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแก่ผู้ปฏิบัติงาน

การตรวจร่างกายและการตรวจทางห้องปฏิบัติการ

  • การตรวจร่างกายเพื่อการเฝ้าระวังพิษจากสาร Cyanide ในผู้ปฏิบัติงานควรเน้นที่การตรวจ ระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจและหลอดเลือด และระบบประสาท ตับ ไต ไทรอยด์ และผิวหนัง
  • ผู้ปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ผู้ที่มีโรคไต โรคระบบทางเดินหายใจ โรคไทรอยด์ และโรคผิวหนังต่างๆ

การดูแลรักษา

  • ปฐมพยาบาล กรณีสารเคมีรั่วไหล นำผู้ป่วยออกจากจุดเกิดเหตุให้เร็วที่สุด ให้อยู่ในที่อากาศถ่ายเท ถอดเสื้อผ้าออก ล้างตัวด้วยน้ำเปล่าให้มากที่สุด ถ้าเข้าตาให้ทำการล้างตาด้วย สังเกตสัญญาณชีพ ใส่ท่อช่วยหายใจถ้าไม่หายใจ ให้ออกซิเจนเสริม
  • การรักษาระยะเฉียบพลัน ทำการล้างตัว (Decontamination) ทั้งที่จุดเกิดเหตุและที่โรงพยาบาล ช่วยการหายใจ ให้ออกซิเจน
  • การสูดดมสาร Amyl nitrile ยังไม่ชัดเจนว่าสามารถช่วยต้านพิษของ ไซยาไนด์ได้หรือไม่ เนื่องจากการสูดดมเมื่อ Amyl nitrile เข้าสู่ร่างกายจะจับกับ Hemoglobin (เช่นเดียวกับ Sodium nitrile) กลายเป็น Methemoglobin แล้วจะแย่งจับกับ Cyanide ในกระแสเลือด เป็น Cyanomethemoglobin และเมื่อได้รับ Sodium thiosulfate จึงจะช่วยขับ Cyanide ออกจากร่างกายได้ แต่ตัว Methemoglobin เองก็เป็นพิษต่อร่างกายเช่นกัน

มูลนิธิสัมมาอาชีวะ พ.ศ. 2554 ไม่สงวนลิขสิทธิ์