Carbon monoxide

นพ.ณรงฤทธิ์ กิตติกวิน (11 มิถุนายน 2554)

ชื่อ คาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon monoxide) ||||| ชื่ออื่น Carbon oxide, Carbonic oxide, Coal gas, Town gas, Flue gas

สูตรโมเลกุล CO ||||| น้ำหนักโมเลกุล 28.01 ||||| CAS Number 630-08-0 ||||| UN Number 1016

ลักษณะทางกายภาพ แก๊ส ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส

คำอธิบาย คาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon monoxide) เป็นแก๊สชนิดหนึ่ง ลักษณะไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เกิดจากการเผาไหม้ของวัตถุที่มีส่วนประกอบของคาร์บอนอย่างไม่สมบูรณ์

ค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน ACGIH TLV – TWA 25 ppm ||||| NIOSH REL – TWA 35 ppm, C 200 ppm ||||| OSHA PEL – TWA 50 ppm ||||| IDLH 1200 ppm

ค่ามาตรฐานในสิ่งแวดล้อม EPA NAAQS – 9 ppm (8 hours), 35 ppm (1 hour)

ค่ามาตรฐานในร่างกาย ACGIH BEI – Carboxyhemoglobin ในเลือดหลังเลิกงาน 3.5 % of hemoglobin, Carbon monoxide ในลมหายใจออกหลังเลิกงาน 20 ppm

คุณสมบัติก่อมะเร็ง IARC Group N/A ||||| ACGIH Carcinogenicity N/A

แหล่งที่พบในธรรมชาติ

  • มักพบในควันไฟที่เกิดจากการเผาไหม้สารอินทรีย์อย่างไม่สมบูรณ์ [1]
  • สามารถพบได้ในควันบุหรี่ [2]

อุตสาหกรรมที่ใช้

  • ใช้เป็นสารรีดิวซ์ (Reducing agent) ที่ใช้ในกระบวนการถลุงแร่โลหะ เช่น นิกเกิล (Mond process) [1]
  • การสังเคราะห์ทางอินทรีย์ของผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม (Fischer-Tropsch process) [1]
  • ใช้ในขบวนการผลิต Metal carbonyl (Oxo reaction) [1]

กลไกการก่อโรค คาร์บอนมอนอกไซด์จะจับกับสารที่อยู่ในเม็ดเลือดแดงที่มีชื่อว่า Hemoglobin (Hb) ทำให้เกิดสารประกอบ Carboxyhemoglobin (คาร์บอนมอนอกไซด์สามารถจับกับ Hemoglobin ได้ดีกว่า Oxygen 200 – 300 เท่า) ซึ่งจะมีผลทำให้การนำพา Oxygen ไปสู่เนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกายทำได้ลดลง [1]

การเตรียมตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน กรณีเกิดการรั่วของแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ ควรอยู่ในบริเวณที่มีทิศทางเหนือลมต่อสถานที่ที่เกิดการรั่ว ควรสวมใส่เสื้อผ้าป้องกันอย่างมิดชิดและมีถังบรรจุอากาศในตัว (Self-contained breathing apparatus; SCBA) รวมทั้งมีเครื่องป้องกันดวงตา

อาการทางคลินิก

  • อาการเฉียบพลัน หากได้รับคาร์บอนมอนอกไซด์จากการหายใจในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง จะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ กระสับกระส่าย สับสน การมองเห็นผิดปกติ ความดันโลหิตต่ำ หัวใจเต้นเร็ว และมีการหายใจที่เร็วขึ้น กรณีได้รับเป็นปริมาณมากๆ จะทำให้เกิดภาวะหมดสติ ชัก ภาวะช็อก กดการหายใจรวมทั้งระบบหัวใจและหลอดเลือด ภาวะสมองบวม และอาจเสียชีวิตได้ ถ้าหากไม่เสียชีวิตหลังจากที่ได้รับคาร์บอนมอนอกไซด์ปริมาณมากๆ แล้วก็มักจะเกิดภาวะแทรกซ้อนของระบบประสาทตามมา เช่น ภาวะหลงลืม (dementia) จิตเภท การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ ภาวะอารมณ์ผิดปกติ บุคลิกภาพที่เปลี่ยนไป
  • อาการระยะยาว การได้รับคาร์บอนมอนอกไซด์ในปริมาณต่ำๆ เป็นระยะเวลานานจะทำให้มีอาการอาเจียน ถ่ายเหลว ปวดท้อง ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ ใจสั่นได้ ซึ่งเป็นอาการที่ไม่เฉพาะเจาะจง แยกได้ยากจากภาวะอาหารเป็นพิษหรือการติดเชื้อไวรัส [1]

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ

  • กรณีสงสัยเป็นโรคพิษจากคาร์บอนมอนอกไซด์เฉียบพลัน การวินิจฉัยให้ขึ้นกับประวัติและการตรวจร่างกายเป็นสำคัญ การตรวจร่างกายอาจจะพบลักษณะสีผิวที่แดงแบบเชอรี่ (cherry-red skin coloration) การตรวจเพื่อยืนยันการสัมผัสทำได้โดยตรวจระดับ carboxyhemoglobin ในเลือด
  • การตรวจที่ช่วยในการรักษาอื่นๆ เช่น การตรวจระดับ oxygen ในหลอดเลือดแดง (arterial blood gas) การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ภาพรังสีทรวงอก (chest X-ray) ระดับเกลือแร่ในเลือด (electrolyte) การทำงานของไต (BUN, creatinine) และการตรวจระดับเอนไซม์หัวใจ (cardiac enzyme)

การดูแลรักษา

  • ปฐมพยาบาล กรณีเกิดแก๊สรั่วไหล นำผู้ป่วยออกจากจุดเกิดเหตุให้เร็วที่สุด ให้อยู่ในที่อากาศถ่ายเท ถอดเสื้อผ้าออก (กรณีเกิดภาวะ frostbite อาจจะใช้น้ำอุ่นล้างบริเวณนั้นๆ ก่อนถอดและควรถอดด้วยความระมัดระวัง) ล้างตัวด้วยน้ำเปล่าให้มากที่สุด ถ้าเข้าตาให้ล้างตาด้วย วัดสัญญาณชีพ ดูระดับความรู้สึกตัว ใส่ท่อช่วยหายใจถ้าไม่หายใจ ให้ออกซิเจนเสริม
  • การรักษาระยะเฉียบพลัน ทำการล้างตัว (decontamination) ทั้งที่จุดเกิดเหตุและที่โรงพยาบาล ประเมินสภาวะการหายใจ ถ้าไม่หายใจต้องใส่ท่อช่วยหายใจและให้ออกซิเจน 100 % เพื่อที่จะช่วยให้การกำจัด carboxyhemoglobin ทำได้ดีขึ้น ระวังภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นและภาวะน้ำท่วมปอดเนื่องจากการสูดดมแก๊สพิษชนิดอื่นๆ ที่มีอยู่ร่วมด้วย เช่น ไซยาไนด์ (cyanide) หรือแก๊สที่ก่อความระคายเคือง (irritant gas) ถ้าเกิดภาวะชักให้ยาควบคุมอาการชัก เช่น diazepam แต่ควรระวังผลข้างเคียงจากยาที่จะทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตต่ำด้วย ถ้าหากพบว่ามีความดันโลหิตต่ำควรให้สารน้ำในหลอดเลือด อย่างเพียงพอ ควรมีการตรวจติดตามคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) อย่างต่อเนื่อง
  • Hyperbaric oxygen มีข้อบ่งชี้ ใช้รักษาในรายที่มีเกิดอาการพิษจากคาร์บอนมอนอกไซด์อย่างรุนแรง เช่น (1) เกิดภาวะสูญเสียความรู้สึกตัว (loss of conscious) (2) มีระดับ carboxyhemoglobin > 25 % (3) อายุมากกว่า 50 ปี (4) เกิดภาวะ metabolic acidosis (5) เกิดภาวะ cerebellar dysfunction เนื่องจากในภาวะที่มีออกซิเจนมากๆ จะช่วยลด half-life ของ carboxyhemoglobin ได้ จึงช่วยให้การ กำจัดทำได้ดีขึ้น ( half-life ของ carboxyhemoglobin ในบรรยากาศปกติ = 5 ชั่วโมง แต่ถ้าอยู่ที่บรรยากาศออกซิเจน 100 % ความดัน 3 ATM จะเหลือเพียง 20 – 25 นาที)

เอกสารอ้างอิง

  1. Farrow C, Wheeler H, Bates N, Murray V. The chemical incident management handbook. London: The Stationery Office 2000.
  2. Olson KR, Anderson IB, Benowitz NL, Blanc PD, Clark RF, Kearney TE, et al. Poisoning & drug overdose. the California Poison Control System. 5th ed. New York: McGraw-Hill 2004.

มูลนิธิสัมมาอาชีวะ พ.ศ. 2554 ไม่สงวนลิขสิทธิ์