Acrolein

นพ.สุทธิพัฒน์ วงศ์วิทย์วิโชติ (31 พฤษภาคม 2555)

ชื่อ อะโครลีน (Acrolein ) ||||| ชื่ออื่น Propenal, 2-Propenal, 2-Propen-1-al, Acraldehyde, Acrylic aldehyde, Allyl aldehyde

สูตรโมเลกุล CH2=CHCHO หรือ C3H4O ||||| น้ำหนักโมเลกุล 56.06

CAS Number 107-02-8 ||||| UN Number 1092

ลักษณะทางกายภาพ ของเหลวไม่มีสีหรือมีสีเหลือง มีกลิ่นเหม็นฉุน เผาไหม้ได้ง่าย กลายเป็นไอได้เร็วกว่าน้ำที่อุณหภูมิห้อง ไอระเหยหนักกว่าอากาศ เกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติจากน้ำมันที่สกัดมาจากต้นไม้ เช่น โอ๊ก สน ไม้ผลัดใบที่ขึ้นอยู่บริเวณที่ราบสูง

อันตรายทางเคมี สามารถรวมกับสารอื่นจนติดไฟหรือระเบิดได้ ขึ้นกับการให้ความร้อน ทำปฏิกิริยากับกรด ด่าง สาร oxidant เป็นสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้หรือระเบิดได้ เกิดจากการเผาไหม้ของสารอินทรีย์ เช่น ต้นไม้ ยาสูบ การเผาไหม้เชื้อเพลิง และน้ำมัน

การผลิต ได้มาจากการผลิต acrylic acid ผลิตโดยขบวนการ air oxidation ของ propylene เดิมใช้การควบแน่นของ acetaldehyde และ formaldehyde

การนำไปใช้

  • ใช้เป็นส่วนประกอบของสารเคมีอื่นและสารฆ่าแมลง
  • พบในอาหารสัตว์ (ใช้เป็นกรดอะมิโนในอาหารสัตว์)
  • ใช้ฆ่าเชื้อราและวัชพืช ฆ่าสิ่งมีชีวิตในน้ำหล่อเย็นในระบบระบายอากาศ และระบบบำบัดน้ำเสีย
  • ใช้เป็น slimicide ในอุตสาหกรรมกระดาษ
  • ฆ่าสิ่งมีชีวิตในบ่อน้ำมันและเชื้อเพลิงปิโตรเคมีเหลว
  • ใช้ในการทำ tissue fixation ในการตรวจชิ้นเนื้อ
  • เป็นสารตั้งต้นในการผลิตฉนวนกันไฟฟ้า เป็นสารกึ่งกลาง (intermediate) ในการผลิต methionine, glutaraldehyde, allyl alcohol และ tetrahydrobenzaldehyde
  • เป็น copolymer กับ acrylic acid, acrylonitrile, และ acrylic esters
  • ทำปฏิกิริยากับ formaldehyde, guanidine hydrochloride, ethylene diamine
  • ใช้เป็นแก๊สพิษในการทหาร

การเข้าสู่ร่างกาย ดูดซึมทางการหายใจเอาไอระเหยเข้าไป ทางผิวหนัง และทางการกิน

ผลระยะฉับพลัน น้ำตาไหล ระคายเคืองอย่างรุนแรงต่อดวงตา ผิวหนัง และระบบทางเดินหายใจ ถ้าสูดดมเข้าไปปริมาณมากทำให้เกิดปอดบวมน้ำ (pulmonary edema) อาการอาจเกิดภายหลังการสัมผัสได้หลายวัน

ผลระยะยาวหรือการได้รับซ้ำๆ ยังไม่ทราบข้อมูลแน่ชัด

อาการที่เกิดขึ้นเมื่อสัมผัสในระดับความเข้มข้นต่างๆ [1]

  • สัมผัสระยะสั้น (น้อยกว่าหรือเท่ากับ 14 วัน) ระยะเวลาในการสัมผัส 40 นาที

ระดับความเข้มข้นในอากาศ 0.00005 ppm = ระดับความเสี่ยงต่ำสุดต่อการเกิดผลต่อสุขภาพ

ระดับความเข้มข้นในอากาศ 0.17 ppm = ระคายเคืองตา

ระดับความเข้มข้นในอากาศ 0.26 ppm = ระคายเคืองจมูก

ระดับความเข้มข้นในอากาศ 0.43 ppm = ระคายเคืองคอ

  • สัมผัสระยะยาว (มากกว่า 14 วัน)

ระดับความเข้มข้นในอากาศ 0.000009 ppm = ระดับความเสี่ยงต่ำสุดต่อการเกิดผลต่อสุขภาพในสัตว์ทดลอง

ผลระยะยาวจากการสูดดมยังไม่ทราบ

ค่ามาตรฐาน

  • IARC carcinogenic group 3 (IARC 2004)
  • OSHA PEL (8-hr TWA) for general, construction, shipyard industry = 0.1 ppm (0.25 mg/m 3) Highly hazardous chemical and threshold quantity = 150 pounds (OSHA 2005)
  • EPA = EPA hazard air pollutant
  • Regulated toxic substance and threshold quantity for accidental release prevention = 5000 pounds
  • Toxic end-point for accidental release prevention = 1.1x10 -3 mg/L (EPA 2005)
  • ACGIH TLV – Ceiling = 0.1 ppm, Notation = skin, Carcinogenicity = A4 (ACGIH 1995)
  • NIOSH REL (10 hr-TWA) = 0.1 ppm, STEL = 0.3 ppm, IDLH = 2.0 ppm (NIOSH 2005)
  • ค่าในสิ่งแวดล้อมประเทศไทย ตามประกาศกรมควบคุมมลพิษ เรื่อง กำหนดค่าเฝ้าระวังสำหรับ สารอินทรีย์ระเหยง่ายในบรรยากาศโดยทั่วไปใน 24 ชั่วโมง กำหนดให้ อะโครลีน (acrolein) ต้องไม่เกิน 0.55 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (พ.ศ. 2552)

ตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ (Biomarker)

  • ยังไม่มีการตรวจตัวบ่งชี้ทางชีวภาพที่เชื่อถือได้สำหรับ acrolein การตรวจ 3-hydroxypropylmercapturic acid ในปัสสาวะ ด้วยวิธี gas chromatography (GC) พอจะใช้เป็นตัววัดการสัมผัสได้ แต่ก็ตรวจพบได้ในผู้ที่กินยา cyclophosphamide เช่นกัน
  • ตรวจวัด acrolein-2,4 -dinitrophenylhydrazine (DNP) ด้วย High performance liquid chromatrography (HPLC) และ UV absorbency
  • กำลังมีการศึกษา ตรวจการจับกับ DNA ในเซลล์ ด้วย antibody mediated assay

การรักษา รักษาตามอาการ ให้ยาต้านพิษ (antidote) คือ physostigmine ถ้ามี anticholinergic effect

ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม เป็นพิษรุนแรงต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ

เอกสารอ้างอิง

  1. Agency for Toxicological Substance and Disease Registry. Toxicological profile for Acrolein. 2007 [cited 2010 2 January]; Available from: http://www.atsdr.cdc.gov/toxprofiles/tp 124.html.
  2. Olson KR, Anderson IB, Benowitz NL, Blanc PD, Clark RF, Kearney TE, et al. Poisoning & drug overdose. the California Poison Control System. 5th ed. New York: McGraw-Hill 2004.
  3. Ladou J. Current occupational & environmental medicine 4th ed. New York: McGraw-Hill 2007.

มูลนิธิสัมมาอาชีวะ พ.ศ. 2554 ไม่สงวนลิขสิทธิ์